วิธีจัดสวนบริเวณบ้านให้นกอาศัย

หากต้องการให้สวนบริเวณบ้านมีนกมาอาศัยตามธรรมชาติ เพื่อความมีชีวิตชีวา  และเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้บ้านดูร่วมรื่นน่าอยู่นั้น สามารถทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่หาต้นไม้ที่เปรียบเสมือนกับบ้านของสัตว์มาเป็นที่ให้พักพิง  ถ้ามีต้นไม้เหล่านี้ไม่เพียงแค่นกเท่านั้นที่จะมาอาศัย  แต่อาจจะได้เห็นกระรอกน้อยน่ารักแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนอยู่บ่อยๆ ก็เป็นได้  ต้นไม้ที่ว่านั้นหาไม่ยากเลยเพียงแค้เลือกให้เหมาะสม  คือ

ต้นตะขบ

ต้นตะขบ เป็นไม้ต้นขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 5-7 เมตร กิ่งก้านจะแผ่สาขาขนานกับพื้นดิน และจะออกผลที่มีลักษณะเป็นลูกทรงกลม ผิวบางเรียบ ขนาด 1.5 ซม. เมื่อสุกจะมีสีแดง รสหวาน  เมล็ด มีลักษณะเล็ก ๆ เป็นจำนวนมาก และผลของต้นตะขบคืออาหารของนกเป็นอย่างดี  จึงเป็นแหล่งเรียกบรรดานกให้มาจิกกิน นอกจากนี้ต้นตะขบยังปลูกง่าย โตเร็ว และให้ร่มเงาได้ดีอีกด้วย

ต้นหว้าต้นหว้า เป็นไม้ยืนต้นมีความสูง 10–25 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้าม แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมน ดอกสีขาว ออกเป็นช่อตามง่ามใบ เกสรยาวเป็นพู่ ผลเป็นรูปวงรี  เป็นอีกหนึ่งแหล่งอาหารของนกและสัตว์เล็กๆ เช่นกระรอก  ถือว่าเป็นต้นไม้อีกชนิดที่เรียกนกได้ดีเช่นกัน  แต่อาจจะเป็นต้นไม้ที่ใหญ่เกินไปสำหรับบ้านที่มีพื้นที่น้อย

ต้นฝรั่งต้นฝรั่ง เป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 3-5 เมตร ผิวเปลือกต้นเรียบเกลี้ยง กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม ใบหนา หยาบ ใต้ท้องใบเป็นริ้ว เห็นเส้นใบชัดเจน ขนขึ้นนวล บางใบยาวประมาณ 10 ซม. กว้างประมาณ 6 ซม. ดอกฝรั่งช่อหนึ่งมีดอกย่อย 3 – 5 ดอก ดอกเล็กสีขาวอมเขียวอ่อน กลีบเลี้ยงแข็ง ผลมีรูปทรงกลม รูปไข่ หรือรูปรี ผิว เกลี้ยง สีเขียว เนื้อในขาว รสหวาน กรอบ หากผลสุกจะมีสีเหลืองเนื้อด้านในนิ่ม เป็นของโปรดสำหรับนกทั้งหลาย

ต้นไทรต้นไทร เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ มีหลากหลายชนิด ใบดกกลม ปลายแหลมมีขนาดประมาณ 3 ซม. ตามกิ่งและลำต้นมีรากอากาศย้อยลงดิน กลายเป็นต้นฝอยช่วยค้ำต้นให้แข็งแรง กิ่งก้านแผ่ให้ร่มเงาสวยงาม ส่วนลูกต้นไทรเป็นลูกกลมเล็ก เมื่อสุกจะมีสีแดงปนเหลือง และเป็นอาหารโปรดของนก

ต้นหม่อนต้นหม่อน เป็นไม้พุ่มขนาดกลางหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 2.5 เมตร บางพันธุ์สูงได้ประมาณ 3-7 เมตร ผลเป็นผลรวมอยู่ในกระจุกเดียวกัน โดยจะออกตามซอกใบ ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ ผลแรกออกเป็นสีเขียว เมื่อผลสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดงเข้มหรือสีม่วงดำ เกือบดำ เนื้อนิ่ม

ต้นมะเดื่อต้นมะเดื่อ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นเป็นปุ่มแตกกิ่งก้านออก ใบเดี่ยว ด้านหนึ่งหยาบ อีกด้านหนึ่งมีขนอ่อน ผลออกเป็นกระจุก ผลอ่อนสีเขียว พอสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แดงหรือชมพู สุกแล้วมีกลิ่นหอม นอกจากนกจะชอบแล้วยังเป็นที่ชื่นชอบของกระรอก  กระแตอีกด้วย

ตำลึงตำลึง ไม้เลื้อยสมุนไพรไทย เป็นพืชที่ชอบเลื้อยเกาะต้นไม้ใหญ่หรือไม้ปักหลัก มีสีเขียว ดอกออกตรงซอกใบ ผลเป็นวงรีทรงยาวสีเขียวอ่อน เมื่อแก่จัดจะเป็นสีแดง ถือเป็นอาหารสุดอร่อยของนกนานาชนิด  นอกจากนี้ใบของตำลึงยังเป็นอาหารเสริมวิตามินให้กับคนเราได้อีกด้วย  ถือว่าได้ประโยชน์กันทั้งคนในบ้าน  และนกที่มาอาศัยเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้อื่นๆ อีกหลากหลายทั้ง โดยเฉพาะไม้ดอกที่เกสรมีน้ำหวานเช่นโมก กระดังงา แก้ว บุหงาส่าหรี หอมหมื่นลี้ พวงแสด ฯลฯ

วิธีการแต่งกายให้ดูดีเสริมบุคลิก

แต่งกายดีการแต่งกายดี และเหมาะสม ช่วยเสริมบุคลิกและความมั่นใจ นั้น  ไม่จำเป็นต้องเลือกใส่เสื้อผ้าหรู ราคาแพง หรือแบรนด์เนม  แต่อย่างใด เพียงแค่ต้องเลือกให้เหมาะสม ก็สามารถเพิ่มบุคลิกที่ดีได้ เพียงแค่ต้องรู้จักเลือก ดังนี้

1  รู้จักจุดเด่น และจุดด้อย  ของร่างกายตัวเอง  จะช่วยให้สามารถเลือกที่จะปกปิดจุดด้อย และเสริมจุดเด่นที่มีอยู่ให้น่ามองยิ่งขึ้น  เช่น หากขาเรียวสวยก็ใส่กระโปรงแหวกสูง กางเกงขาสั้น หรือสกินนี่ยีนส์ เพื่อเผยเรียวขาสวย หรือหากไหล่มลสวยเรียบเนียน ก็ใส่เสื้อโชว์ไหล่  เป็นต้น  แต่ที่สำคัญการเสริมบุคลิกให้ดูดีต้องอย่าให้เปิดมากเกินไปจะกลายเป็นโป๊เกินงามได้

โทนสีเรียบง่าย  เน้นเสื้อผ้าที่เป็นสีพื้นและสีแนวธรรมชาติหรือเอิร์ธโทน เช่น สีน้ำตาล สีเบจ  เนื่องจากเป็นสีที่มีความคลาสสิกในตัวเองสามารถจับคู่ได้กับทุกเฉดสี จึงสามารถสวมใส่ได้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ แต่ถ้าหากชอบแบบลายๆ ก็ควรเลือกที่เป็นลายกราฟิกง่ายๆ อย่างลายสก็อต ลายตาราง หรือลายเส้น ก็สามารถช่วยให้ดูน่าสนใจได้

เลือกชิ้นเด่น  การแต่งกายที่ดีจะต้องเลือกให้ได้ว่าจะให้ชิ้นใดเด่น ไม่ควรเด่นทั้งตัว อาจจะเป็นเสื้อ กางเกง หรือกระโปรง  เพียงอย่างเดียวเท่านั้น  แต่ถ้าหากเป็นการแต่งตัวไปร่วมงานเลี้ยงหรือปาร์ตี้ก็ควรให้เหมาะสมเข้ากับธีมงานด้วย

เดรสดํา และรองเท้าส้นสูง เป็นคู่ที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถช่วยสร้างลุคสวยโดดเด่นได้ทุกงาน และมีความเป็นสากลสูง รองเท้าส้นสูงก็ต้องแมตช์กับชุดอาจเลือกเป็นสีดําคู่กันหรือดีไซน์และคัทติ้งที่เข้ากับตัวตนรวมถึงวัสดุต้องทนทานใส่สบายเพียงเท่านี้ก็ทำให้ดูดีมีสไตล์แล้ว

เติมเครื่องประดับชิ้นเก๋  เครื่องประดับสามารถปรับลุคทั้งหมดให้ดูหรูหราหรือสนุกมากขึ้นได้โดยต้องเลือกเครื่องประดับที่มีดีไซน์และสีที่แมตช์กับเสื้อผ้าที่สวมใส่เช่นเลือกตุ้มหูระย้าแมตช์กับชุดเดรสเปิดไหล่จะช่วยเสริมความหรูหราให้กับการแต่งกายโดยรวมหรือลองถือกระเป๋าคลัตช์ใบเล็กๆ สักใบ  หรืออาจเพิ่มความเก๋ด้วยการแมตช์เครื่องประดับหลายๆชิ้นเข้าด้วยกันแต่ต้องระวังอย่าประโคมเครื่องประดับมากเกินไปเพราะจะแย่งความน่าสนใจของเสื้อผ้าส่วนอื่นๆ ไปหมด

วิธีดูแลกระบองเพชร (Cactus)

cactusกระบองเพชร Cactus  เป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้ เนื่องจากหาซื้อง่าย ราคาไม่แพง มีขายตามร้านขายต้นไม้ทั่วไป และด้วยความที่เป็นต้นไม้โตช้า การได้มองเห็นว่ามันเติบโตขึ้น และสวยงาม โดยเฉพาะถ้าเลี้ยงให้ออกดอกได้ จะยิ่งภาคภูมิใจว่า “เราทำสำเร็จแล้ว” เพราะกว่าจะเลี้ยงมาได้ ต้องใช้ระยะเวลา และการดูแลรักษาอย่างมาก นอกจากนี้กระบองเพชร Cactus ยังสามารถช่วยดูดรังสีจากคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

แม้ใครจะบอกว่ากระบองเพชรเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย แค่รดน้ำประมาณ 1-2 ครั้ง/อาทิตย์ก็อยู่ได้แล้ว แต่ความเป็นจริงการจะเลี้ยงกระบองเพชรให้เติบโต สวยงาม นั้น ต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ ที่เหมาะสมด้วย เช่น ต้องการการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย และได้แสงแดดที่เหมาะสม ดังนี้

1.แสงแดด กระบองเพชรเป็นต้นไม้ที่ทนต่อแสงแดดได้ดี แต่ต้องเป็นแสงแดดที่เหมาะสม หากได้แสงแดดน้อยจะทำให้ผิดรูป ลำต้นยาวผิดปกติ หนามหดสั้นหรือหนามหาย รากอาจเน่าได้ เมื่อความชื้นในดินมีมาก ระบายน้ำไม่ดี และเกิดเชื้อราในที่สุด และหากได้รับแสงแดดมากเกินไปอาจทำให้ลำต้นเหลือง เหี่ยวย่น ลำต้นแคระเกร็น โดยเฉพาะต้นที่ยังเล็ก จะต้องการแสงแดดน้อยกว่าต้นที่ใหญ่แล้ว หากเลี้ยงไว้ในห้อง ควรนำออกไปตากแดดบ้างอาทิตย์ละครั้ง อย่างน้อยครึ่งวัน เพราะการเลี้ยงกระบองเพชรไว้ในห้องแล้วรดน้ำโดยที่ไม่เอาไปตากแดด อาจทำให้กระบองเพชรเน่าตายได้

2.น้ำ กระบองเพชรไม่ได้ต้องการน้ำมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องการเลย เพราะถ้ารดน้ำมากไปเกิดการระบายไม่ดีก็จะทำให้รากเน่า หรือเกิดเชื้อราได้ ให้สังเกตุดินที่ปลูกว่าเกือบแห้งหรือแห้งหรือยัง ก็ค่อยรดน้ำใหม่ พร้อมใส่ปุ๋ย ยากันเชื้อรา และยาป้องกันแมลงละลายลงไปกับน้ำด้วย

 

3.ดิน กระบองเพชรเป็นต้นไม้ที่ต้องใช้ดินที่ไม่อมน้ำ ให้ดินระบายน้ำได้ดี โดยการใช้ดินร่วน ปุ๋ยคอก กาบมะพร้าว ใบไม้ผุ ผสมกันอย่างละหนึ่งส่วน ก็ใช้ได้แล้ว

4.กระถาง ควรเปลี่ยนดิน ย้ายกระถางให้ปีละครั้ง หรือครึ่งปีครั้ง เมื่อกระบองเพชรโตเต็มกระถางควรจะเปลี่ยนกระถางให้ใหม่ เพราะถ้าไม่เปลี่ยนจะทำให้กระบองเพชรหยุดขยายขนาด เพราะกระบองเพชรจะโตตามขนาดกระถาง และไม่ควรใส่ในกระถางใหญ่ตั้งแต่เริ่มเลี้ยงเนื่องจากจะทำให้รากเน่าได้ เพราะขนาดกระถางใหญ่ ดินมีความชื้นสูง ถ้าต้นเล็กดูดน้ำไม่ทัน เป็นสาเหตุให้รากเน่าได้ จึงควรเลือกกระถางให้เหมาะสมกับตัวต้น

แนะนำพันธุ์ไม้แต่งสวนสวย

แต่งสวนไม่มีอะไรจะเพิ่มสีสันความสดชื่นให้กับบ้านได้ดีเท่ากับต้นไม้ แม้ไม่มีพื้นที่สวนหน้าบ้าน ก็ยังสามารถตกแต่งบ้านด้วยพืชสีเขียวเหล่านี้ได้ เพียงแค่รู้จักเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมเท่านั้น โดยเฉพาะพันธุ์ไม้ที่ไม่ต้องการแดดมาก สามารถเติบโตได้ในบ้านหรือในที่ร่ม  ดังนี้

ไม้อวบน้ำ1 ไม้อวบน้ำ แม้จะไม่ได้มีเฉดสีเต็มรูปแบบเหมือนดอกไม้อื่นๆ แต่ไม้อวบน้ำก็เป็นพันธุ์ไม้ที่มีความหลากหลายของเฉดสีและรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เมื่อปลูกมันผสมผสานกันแล้วจะดูสวยงามมาก

Phalaenopsis Orchid2  Phalaenopsis Orchid  กล้วยไม้สกุลเขากวางอ่อน หรือฟาแลนน็อปซิส (Phalaenopsis) เป็นกล้วยไม้ที่พบได้ทั่วไปในทวีปเอเชีย  พม่า ไทย ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์  มีใบอวบน้ำ  ทนทานและมีกลีบดอกที่สวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นพืชที่คายออกซิเจนในเวลากลางคืน  มีความสามารถดูดสารพิษจำพวกแอลกอฮอล์และสารที่ระเหยจากพริ้นเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร และสีทาอาคารได้ จึงเหมาะในการปลูกในบ้านและสถานที่ทำงาน

kalanchoe3  Kalanchoe กาลังโชหรือกุหลาบหิน  เป็นไม้ประดับกระถาง เป็นพืชที่ปลูกง่าย ปลูกทั้งในและนอกอาคาร แต่ปลูกได้ดีเมื่ออยู่กลางแจ้ง เพราะเป็นพืชชอบแดด พืชเหล่านี้มีดอกเล็กๆ น่ารัก และมันก็เหมือนกับไม้อวบน้ำที่สามารถอยู่ได้เป็นอาทิตย์โดยไม่ต้องรดน้ำ

Oxalis Purple Clover4  Oxalis Purple Clover  เป็นต้นไม้ที่มีใบสีม่วง มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศบราซิล เป็นที่นิยมอย่างสูงในฐานะต้นไม้กระถาง ควรปลูกไว้ใกล้ๆ หน้าต่าง เพราะเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดในระดับปานกลาง ซึ่งจะช่วยทำให้ใบมีสีสว่างขึ้น

BegoniaBegonia บีโกเนีย  เป็นไม้ร่ม ชอบแดดประมาณ 40-50 % ถ้าแดดน้อยจะมีก้านใบยาวเก้งก้างไม่ออกดอก และสีสันจะไม่สดใส แต่ถ้าโดนแดดจัดเกินไปขอบใบจะแห้งเป็นสีน้ำตาลไหม้และชอบอากาศค่อนข้างเย็น จึงต้องปลูกในเรือนชำหรือในที่ร่มและต้องระวังไม่ให้โดนฝน เพราะจะเป็นเชื้อราและเน่าตายได้ง่าย

Geranium6  Geranium เจอร์ราเนียม มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาใต้ และประเทศออสเตรเลีย เป็นไม้ดอกทรงพุ่ม ชอบอากาศค่อนข้างเย็น เหมาะทั้งปลูกในร่มและกลางแจ้ง เมื่อดอกของมันโดนแสงอาทิตย์จะกลายเป็นสีอ่อนๆ ดินที่ปลูกควรเป็นดินร่วนปนทรายผสมใบไม้ผุ หรือ เปลือกถั่ว

FuchsiaFuchsia หรือโคมญี่ปุ่น เป็นสกุลของพืชมีดอก มักเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เป็นพืชที่มีสีสันสวยงาม ดอกจะห้อยลงมาเหมาะกับการแขวนบริเวณระเบียง และไม่ค่อยชอบแสงมาก

วิธีรักษารอยสิวให้จางลงด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ

รักษาสิวรักษาหน้าให้สวยไร้ริ้วรอยจากสิวโดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่สามารถช่วยลดรอยสิวให้จางลงแบบไม่ต้องลงทุนราคาแพงแถมหาได้ง่าย ไม่เป็นอันตรายอีกด้วย มีดังนี้

มันฝรั่ง1  มันฝรั่ง  ใช้หัวมันฝรั่งสด ฝานให้เป็นแผ่นบางๆ จากนั้นนำมาทาลงบนผิวที่มีรอยสิว ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 – 30 นาทีแล้วล้างออก ทำเป็นประจำก็จะช่วยรักษารอยสิวให้จางลง

น้ำมะนาว2  น้ำมะนาว  น้ำมะนาวมีคุณสมบัติเป็นกรดสูงจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังได้ และยังมีส่วนช่วยลดเลือนรอยสิวได้ผลเช่นกัน เพียงบีบน้ำมะนาวเล็กน้อยมาผสมกับน้ำเปล่าจากนั้นชุบด้วยคอตตอลบัตแล้วนำมาทาบนรอยสิว ปล่อยไว้ 2 ชั่วโมงจึงล้างออก หรือจะทาในตอนก่อนนอนแล้วทิ้งไว้ตลอดคืนก็ได้

ว่านหางจระเข้3  ว่านหางจระเข้  นำว่านหางจระเข้มาปลอกเปลือก แล้วล้างให้สะอาดจะได้เจลว่างหางจระเข้นำมาทาลงบนรอยสิว แล้วปล่อยไว้ประมาณ 30 นาทีจึงล้างออก จะช่วยลดลอยสิวและยังช่วยรักษาผิวแห้งเกรียมหรือไหม้ได้ด้วย

น้ำผึ้ง4  น้ำผึ้ง  น้ำผึ้งมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และยังช่วยลดเลือนรอยสิวได้ผลเพียงแตะน้ำผึ้งเล็กน้อยแล้วมาทานวดเบาๆ ตรงรอยสิว จากนั้นปล่อยไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก ทำบ่อยๆ รอยสิวจะจางลง

น้ำมันมะพร้าว5  น้ำมันมะพร้าว  เพียงนำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิวหน้าแล้วนวดลงบนผิวที่มีรอยสิวปล่อยไว้ประมาณ 30 นาที วิตามินจากน้ำมันมะพร้าวจะซึมซาบสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก โดยมันจะเข้าไปฟื้นบำรุงเซลล์ผิว ทำให้เกิดการผลัดผิวใหม่ ทำบ่อยๆ รอยสิวจะจางไปแถมยังช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น และช่วยต้านการเกิดริ้วรอยได้ด้วย

น้ำมันมะกอก6  น้ำมันมะกอก  เริ่มจากล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นจากนั้นนำน้ำมันมะกอกมาทาผิวหน้าแล้วนวดวนไปมา เสร็จแล้วให้ปล่อยทิ้งไว้ 2 ชั่วโมงจึงค่อยล้างหน้าตามปกติ ทำเป็นประจำน้ำมันมะกอกจะช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและช่วยลดเลือนรอยสิวลงได้

สกุชชี่ของเล่นฟองน้ำนุ่ม

สกุชชี่ Squishy

สกุชชี่ Squishy

สกุชชี่ Squishy คือ ของเล่น ของเด็กพ.ศ. 2557 ที่มีรูปร่างหน้าตา หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ของกินรูปขนมปัง รูปตุ๊กตา รูปผลไม้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วนิยมเป็นรูปของ ขนม สกุชชี่ Squishy มีหลายขนาด ทั้งขนาดเล็ก เป็นพวกกุญแจ หรือขนาดใหญ่ เป็นของเล่นนุ่มๆ เคสโทรศัพท์ หรือตุ๊กตาตั้งโชว์

สกุชชี่ Squishy

สกุชชี่ Squishy ก็คือฟองน้ำชนิดนึ่ง คล้ายฟองน้ำแต่งหน้า นำมาดัดแปลง ตกแต่งด้วยสีสัน แต่งหน้าให้เหมือนกับของจริง เช่น ขนมเบเกอร์รี่ต่างๆ ขนมปัง ขนมเค้ก แยมโรล มาการอง ผลไม้ รวมทั้งรูปตัวการ์ตูนต่างๆ บางครั้งอาจมีการเติมแต่งหน้าตาให้ขนมบ้าง เพื่อความน่ารัก

สกุชชี่

สกุชชี่ Squishy มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป โดยสนนราคามีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักหลายร้อยบาทเลยทีเดียว แต่หากใครไม่ต้องการเสียเงินมากมาย และพอมีฝีมือด้านศิลปะอยู่บ้างก็สามารถทำ สกุชชี่ Squishy เล่นเองได้ เหมือนกัน หรืออาจจะพัฒนาเป็นงานอดิเรก และหารายได้จากการทำ สกุชชี่ Squishy ก็ยังได้ ซึ่งวิธีการทำ สกุชชี่ Squishy นั้นก็มีให้หาดูได้ตาม อินเตอร์เน็ต ไม่ยากเลย

วิธีทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยนเล่น

วิธีทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยน

วิธีทำสไลม์

สไลม์ หรือ น้ำลายเอเลี่ยน เป็นของเล่นของเด็กๆ จะมีลักษณะเป็นเนื้อเจล ยืดๆ เหนียวๆ ไม่ติดมือ สามารถช่วยบริหารกล้ามเนื้อมือสำหรับเด็กๆ ได้ และยังสามารถนำมาเป่าเป็นลูกโป่งวิทยาศาสตร์ได้อีกด้วย ถือว่าเป็นของเล่นที่กำลังได้รับความนิยมมากในขณะนี้ และยังสามารถทำได้ด้วยตัวเองอีกด้วย โดยวิธีการทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยนนั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลายสูตร วันนี้จะขอยกตัวอย่างสูตรการทำ สไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยน ง่ายๆ ดังนี้

สูตรการทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยนที่ 1

อุปกรณ์มี ผงซักฟอก หรือสารบอแรกซ์ก็ได้ , กาวน้ำ , กากเพชร และสีผสมอาหาร

วิธีทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยน

  1. ใช้กาวครึ่งถ้วย ผสมกับกากเพชรและสีผสมอาหาร คนให้เข้ากัน
  2. ค่อยๆ ใส่ผงซักฟอกลงไปทีละนิด แล้วคนไปเรื่อยๆ จนกว่า สไลม์ จะเหนียวข้น ไม่ติดมือ เป็นอันใช้ได้ หรืออาจจะใส่ออย ลงไปนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ สไลม์ ติดมือและเพิ่มความมันวาวก็ได้

สูตรการทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยนที่ 2

อุปกรณ์มี กาว น้ำข้นหรือน้ำใสก็ได้ , ผงหอมศรีจันทร์ , น้ำ , สี , กากเพชร และเบบี้ออย

วิธีทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยน

  1. ผสมผงหอมศรีจันทร์ 4 ช้อนชา กับน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ ในภาชนะใบที่ 1
  2. ผสมกาว 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ ในภาชนะใบที่ 2 คนให้เข้ากัน (ต้องการมากก็เพิ่มปริมาณของกาวให้มากขึ้น)
  3. ใส่สี และกากเพชร ในภาชนะใบที่ 2 คนให้เข้ากับเนื้อกาวเลย
  4. ค่อยๆ เทน้ำผงหอมศรีจันทร์ทีละนิด แล้วคน ถ้ายังไม่เป็นสไลม์ เทอีกทีละนิด แล้วคน ไปเรื่อยๆ (อย่าเททีเดียวหมด)
  5. พอเริ่มเป็นก้อนแล้วใส่ออยลงไป 4-5 หยด แล้วใส่ที่มือเราด้วย หยิบขึ้นมานวดไปเรื่อยๆจนไม่ติดมือเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ปล. ถ้าตอนผสมน้ำผงหอมศรีจันทร์แล้วยังไม่เป็นสไลม์ให้ทำน้ำผงหอมสีจันทร์ใส่ไปเพิ่ม