แนะนำพันธุ์ไม้แต่งสวนสวย

แต่งสวนไม่มีอะไรจะเพิ่มสีสันความสดชื่นให้กับบ้านได้ดีเท่ากับต้นไม้ แม้ไม่มีพื้นที่สวนหน้าบ้าน ก็ยังสามารถตกแต่งบ้านด้วยพืชสีเขียวเหล่านี้ได้ เพียงแค่รู้จักเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมเท่านั้น โดยเฉพาะพันธุ์ไม้ที่ไม่ต้องการแดดมาก สามารถเติบโตได้ในบ้านหรือในที่ร่ม  ดังนี้

ไม้อวบน้ำ1 ไม้อวบน้ำ แม้จะไม่ได้มีเฉดสีเต็มรูปแบบเหมือนดอกไม้อื่นๆ แต่ไม้อวบน้ำก็เป็นพันธุ์ไม้ที่มีความหลากหลายของเฉดสีและรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เมื่อปลูกมันผสมผสานกันแล้วจะดูสวยงามมาก

Phalaenopsis Orchid2  Phalaenopsis Orchid  กล้วยไม้สกุลเขากวางอ่อน หรือฟาแลนน็อปซิส (Phalaenopsis) เป็นกล้วยไม้ที่พบได้ทั่วไปในทวีปเอเชีย  พม่า ไทย ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์  มีใบอวบน้ำ  ทนทานและมีกลีบดอกที่สวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นพืชที่คายออกซิเจนในเวลากลางคืน  มีความสามารถดูดสารพิษจำพวกแอลกอฮอล์และสารที่ระเหยจากพริ้นเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร และสีทาอาคารได้ จึงเหมาะในการปลูกในบ้านและสถานที่ทำงาน

kalanchoe3  Kalanchoe กาลังโชหรือกุหลาบหิน  เป็นไม้ประดับกระถาง เป็นพืชที่ปลูกง่าย ปลูกทั้งในและนอกอาคาร แต่ปลูกได้ดีเมื่ออยู่กลางแจ้ง เพราะเป็นพืชชอบแดด พืชเหล่านี้มีดอกเล็กๆ น่ารัก และมันก็เหมือนกับไม้อวบน้ำที่สามารถอยู่ได้เป็นอาทิตย์โดยไม่ต้องรดน้ำ

Oxalis Purple Clover4  Oxalis Purple Clover  เป็นต้นไม้ที่มีใบสีม่วง มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศบราซิล เป็นที่นิยมอย่างสูงในฐานะต้นไม้กระถาง ควรปลูกไว้ใกล้ๆ หน้าต่าง เพราะเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดในระดับปานกลาง ซึ่งจะช่วยทำให้ใบมีสีสว่างขึ้น

BegoniaBegonia บีโกเนีย  เป็นไม้ร่ม ชอบแดดประมาณ 40-50 % ถ้าแดดน้อยจะมีก้านใบยาวเก้งก้างไม่ออกดอก และสีสันจะไม่สดใส แต่ถ้าโดนแดดจัดเกินไปขอบใบจะแห้งเป็นสีน้ำตาลไหม้และชอบอากาศค่อนข้างเย็น จึงต้องปลูกในเรือนชำหรือในที่ร่มและต้องระวังไม่ให้โดนฝน เพราะจะเป็นเชื้อราและเน่าตายได้ง่าย

Geranium6  Geranium เจอร์ราเนียม มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาใต้ และประเทศออสเตรเลีย เป็นไม้ดอกทรงพุ่ม ชอบอากาศค่อนข้างเย็น เหมาะทั้งปลูกในร่มและกลางแจ้ง เมื่อดอกของมันโดนแสงอาทิตย์จะกลายเป็นสีอ่อนๆ ดินที่ปลูกควรเป็นดินร่วนปนทรายผสมใบไม้ผุ หรือ เปลือกถั่ว

FuchsiaFuchsia หรือโคมญี่ปุ่น เป็นสกุลของพืชมีดอก มักเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เป็นพืชที่มีสีสันสวยงาม ดอกจะห้อยลงมาเหมาะกับการแขวนบริเวณระเบียง และไม่ค่อยชอบแสงมาก

วิธีรักษารอยสิวให้จางลงด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ

รักษาสิวรักษาหน้าให้สวยไร้ริ้วรอยจากสิวโดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่สามารถช่วยลดรอยสิวให้จางลงแบบไม่ต้องลงทุนราคาแพงแถมหาได้ง่าย ไม่เป็นอันตรายอีกด้วย มีดังนี้

มันฝรั่ง1  มันฝรั่ง  ใช้หัวมันฝรั่งสด ฝานให้เป็นแผ่นบางๆ จากนั้นนำมาทาลงบนผิวที่มีรอยสิว ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 – 30 นาทีแล้วล้างออก ทำเป็นประจำก็จะช่วยรักษารอยสิวให้จางลง

น้ำมะนาว2  น้ำมะนาว  น้ำมะนาวมีคุณสมบัติเป็นกรดสูงจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังได้ และยังมีส่วนช่วยลดเลือนรอยสิวได้ผลเช่นกัน เพียงบีบน้ำมะนาวเล็กน้อยมาผสมกับน้ำเปล่าจากนั้นชุบด้วยคอตตอลบัตแล้วนำมาทาบนรอยสิว ปล่อยไว้ 2 ชั่วโมงจึงล้างออก หรือจะทาในตอนก่อนนอนแล้วทิ้งไว้ตลอดคืนก็ได้

ว่านหางจระเข้3  ว่านหางจระเข้  นำว่านหางจระเข้มาปลอกเปลือก แล้วล้างให้สะอาดจะได้เจลว่างหางจระเข้นำมาทาลงบนรอยสิว แล้วปล่อยไว้ประมาณ 30 นาทีจึงล้างออก จะช่วยลดลอยสิวและยังช่วยรักษาผิวแห้งเกรียมหรือไหม้ได้ด้วย

น้ำผึ้ง4  น้ำผึ้ง  น้ำผึ้งมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และยังช่วยลดเลือนรอยสิวได้ผลเพียงแตะน้ำผึ้งเล็กน้อยแล้วมาทานวดเบาๆ ตรงรอยสิว จากนั้นปล่อยไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก ทำบ่อยๆ รอยสิวจะจางลง

น้ำมันมะพร้าว5  น้ำมันมะพร้าว  เพียงนำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิวหน้าแล้วนวดลงบนผิวที่มีรอยสิวปล่อยไว้ประมาณ 30 นาที วิตามินจากน้ำมันมะพร้าวจะซึมซาบสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก โดยมันจะเข้าไปฟื้นบำรุงเซลล์ผิว ทำให้เกิดการผลัดผิวใหม่ ทำบ่อยๆ รอยสิวจะจางไปแถมยังช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น และช่วยต้านการเกิดริ้วรอยได้ด้วย

น้ำมันมะกอก6  น้ำมันมะกอก  เริ่มจากล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นจากนั้นนำน้ำมันมะกอกมาทาผิวหน้าแล้วนวดวนไปมา เสร็จแล้วให้ปล่อยทิ้งไว้ 2 ชั่วโมงจึงค่อยล้างหน้าตามปกติ ทำเป็นประจำน้ำมันมะกอกจะช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและช่วยลดเลือนรอยสิวลงได้

สกุชชี่ของเล่นฟองน้ำนุ่ม

สกุชชี่ Squishy

สกุชชี่ Squishy

สกุชชี่ Squishy คือ ของเล่น ของเด็กพ.ศ. 2557 ที่มีรูปร่างหน้าตา หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ของกินรูปขนมปัง รูปตุ๊กตา รูปผลไม้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วนิยมเป็นรูปของ ขนม สกุชชี่ Squishy มีหลายขนาด ทั้งขนาดเล็ก เป็นพวกกุญแจ หรือขนาดใหญ่ เป็นของเล่นนุ่มๆ เคสโทรศัพท์ หรือตุ๊กตาตั้งโชว์

สกุชชี่ Squishy

สกุชชี่ Squishy ก็คือฟองน้ำชนิดนึ่ง คล้ายฟองน้ำแต่งหน้า นำมาดัดแปลง ตกแต่งด้วยสีสัน แต่งหน้าให้เหมือนกับของจริง เช่น ขนมเบเกอร์รี่ต่างๆ ขนมปัง ขนมเค้ก แยมโรล มาการอง ผลไม้ รวมทั้งรูปตัวการ์ตูนต่างๆ บางครั้งอาจมีการเติมแต่งหน้าตาให้ขนมบ้าง เพื่อความน่ารัก

สกุชชี่

สกุชชี่ Squishy มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป โดยสนนราคามีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักหลายร้อยบาทเลยทีเดียว แต่หากใครไม่ต้องการเสียเงินมากมาย และพอมีฝีมือด้านศิลปะอยู่บ้างก็สามารถทำ สกุชชี่ Squishy เล่นเองได้ เหมือนกัน หรืออาจจะพัฒนาเป็นงานอดิเรก และหารายได้จากการทำ สกุชชี่ Squishy ก็ยังได้ ซึ่งวิธีการทำ สกุชชี่ Squishy นั้นก็มีให้หาดูได้ตาม อินเตอร์เน็ต ไม่ยากเลย

วิธีทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยนเล่น

วิธีทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยน

วิธีทำสไลม์

สไลม์ หรือ น้ำลายเอเลี่ยน เป็นของเล่นของเด็กๆ จะมีลักษณะเป็นเนื้อเจล ยืดๆ เหนียวๆ ไม่ติดมือ สามารถช่วยบริหารกล้ามเนื้อมือสำหรับเด็กๆ ได้ และยังสามารถนำมาเป่าเป็นลูกโป่งวิทยาศาสตร์ได้อีกด้วย ถือว่าเป็นของเล่นที่กำลังได้รับความนิยมมากในขณะนี้ และยังสามารถทำได้ด้วยตัวเองอีกด้วย โดยวิธีการทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยนนั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลายสูตร วันนี้จะขอยกตัวอย่างสูตรการทำ สไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยน ง่ายๆ ดังนี้

สูตรการทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยนที่ 1

อุปกรณ์มี ผงซักฟอก หรือสารบอแรกซ์ก็ได้ , กาวน้ำ , กากเพชร และสีผสมอาหาร

วิธีทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยน

  1. ใช้กาวครึ่งถ้วย ผสมกับกากเพชรและสีผสมอาหาร คนให้เข้ากัน
  2. ค่อยๆ ใส่ผงซักฟอกลงไปทีละนิด แล้วคนไปเรื่อยๆ จนกว่า สไลม์ จะเหนียวข้น ไม่ติดมือ เป็นอันใช้ได้ หรืออาจจะใส่ออย ลงไปนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ สไลม์ ติดมือและเพิ่มความมันวาวก็ได้

สูตรการทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยนที่ 2

อุปกรณ์มี กาว น้ำข้นหรือน้ำใสก็ได้ , ผงหอมศรีจันทร์ , น้ำ , สี , กากเพชร และเบบี้ออย

วิธีทำสไลม์หรือน้ำลายเอเลี่ยน

  1. ผสมผงหอมศรีจันทร์ 4 ช้อนชา กับน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ ในภาชนะใบที่ 1
  2. ผสมกาว 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ ในภาชนะใบที่ 2 คนให้เข้ากัน (ต้องการมากก็เพิ่มปริมาณของกาวให้มากขึ้น)
  3. ใส่สี และกากเพชร ในภาชนะใบที่ 2 คนให้เข้ากับเนื้อกาวเลย
  4. ค่อยๆ เทน้ำผงหอมศรีจันทร์ทีละนิด แล้วคน ถ้ายังไม่เป็นสไลม์ เทอีกทีละนิด แล้วคน ไปเรื่อยๆ (อย่าเททีเดียวหมด)
  5. พอเริ่มเป็นก้อนแล้วใส่ออยลงไป 4-5 หยด แล้วใส่ที่มือเราด้วย หยิบขึ้นมานวดไปเรื่อยๆจนไม่ติดมือเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ปล. ถ้าตอนผสมน้ำผงหอมศรีจันทร์แล้วยังไม่เป็นสไลม์ให้ทำน้ำผงหอมสีจันทร์ใส่ไปเพิ่ม

กินคลีนหรืออาหารคลีนคืออะไร

กินคลีน หรืออาหารคลีน

กินคลีน

คำเหล่านี้เริ่มมีคนพูดถึงกันมากขึ้น หลายคนยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร วันนี้เราจะมารู้จักกับการกินคลีน หรือว่าอาหารคลีนกันค่ะ

เนื่องจากในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพกันเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหาร จึงเกิดกระแสการกินเพื่อสุขภาพขึ้น การกินคลีน หรืออาหารคลีน นี้ก็เป็นอีกหนึ่งกระแสการกินเพื่อสุขภาพเหมือนกัน

อาหารคลีน คืออะไร อาหารคลีน (Clean Food) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า กินคลีน (Eat Clean, Clean Eating) ก็คือ การทานอาหารที่สด สะอาด โดยเน้นการทานอาหารแบบธรรมชาติไม่ผ่านการปรุงแต่งและขัดสีด้วยสารเคมีต่างๆ หรือกระบวนการหมักดอง รวมถึงอาหารขยะและอาหารสำเร็จรูป ที่จะมีปริมาณแป้ง ผงชูรสและโซเดียมในปริมาณสูง หรือเรียกว่า เป็นการกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ โดยทานอาหารอย่างพอเพียงครบสัดส่วนทั้ง 5 หมู่ และอาหารเหล่านั้นต้องไม่มีสารปนเปื้อนนั่นเอง

อาหารคลีนนั้น จะผ่านการปรุงแต่งบ้างเล็กน้อยหรืออาจจะไม่ผ่านการปรุงแต่งเลยก็ได้ เช่นใช้เกลือในการปรุงอาหารรสเพียงเล็กน้อยแทนน้ำปลา หรืออาจจะเป็นซีอิ๊วขาวชนิดที่ไม่มีผงชูรสเจือปน และจะไม่ใช้ผงชูรสในการปรุงอาหาร เป็นต้น

วัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหารคลีน เช่น ผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษ เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆที่สดและสะอาด ข้าวกล้องไม่ขัดสี และ ธัญพืชต่าง ๆ น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันมะกอก เป็นต้น

โดยการปรุงอาหารคลีนนั้นจะต้องไม่มีรสจัด และควรมีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ด้วย

การกินคลีนนั้น เป็นการทานอาหารให้ครบสัดส่วน 5 หมู่ โดยเน้นทานอาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผักและผลไม้ ให้มีปริมาณที่พอเหมาะพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย

อาหารคลีนนั้นส่วนใหญ่จะไม่ยึดติดกับรสชาติ แต่จะเน้นความเป็นธรรมชาติมากกว่า

การเลือกซื้อวัตถุดิบหรืออาหารคลีน ควรเลือกที่ปลอดสารเคมี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย สารกันบูด วัตถุปรุงแต่ง หรือ และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงเช่น น้ำอัดลม เบเกอรี่ รวมทั้งอาหารมันๆ

ประโยชน์ของอาหารคลีน

ผู้ที่ทานอาหารคลีนจะได้รับสารอาหาร และคุณค่าทางอาหารครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่าอาหารทั่วไปที่ผ่านการปรุงแต่งมาก อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายไม่ได้รับสารปนเปื้อนจากอาหารจึงส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง

อาหารคลีนเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ และได้คุณค่าจากสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผัก และผลไม้ ในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และยังเป็นอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดหรือไม่ผ่านการปรุงแต่งเลย จึงทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากอาหารเต็มที่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ อาหารคลีนจึงเหมาะสำหรับคนที่ลดน้ำหนักและรักสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง

หลักการเรียน ภาษาที่ 3 ด้วยตนเอง

การเรียน ภาษาที่ 3การเรียน ภาษาที่ 3 ด้วยตนเอง

ปัจจุบัน ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการสื่อสารแล้ว เนื่องจากยังมีอีกหลายๆ ประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงเกิดการเรียนรู้ภาษาอื่นๆ ที่นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ เพิ่มเติม โดยเราเรียกภาษาที่เรียนเพิ่มเติมมานี้ว่าภาษาที่ 3 ไม่ว่าจะเป็นภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาสเปน ภาษาเยอรมัน ภาษาฝรั่งเศส

แต่การที่จะเรียนรู้ภาษาหนึ่งโดยการศึกษาเองแบบคนไม่มีพื้นฐานนั้นเป็นเรื่องยากสักหน่อย โดยเฉพาะคนที่ไม่มีเวลายิ่งแล้ว บางคนถึงกับหมดความตั้งใจไปเลย แต่วันนี้เรามีวิธีการดีๆ มาแนะนำ สำหรับการเรียนรู้ภาษาที่ 3 ด้วยตนเอง โดยทักษะนี้จะต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคำศัพท์และไวยากรณ์เบื้องต้น มาบ้างแล้ว เริ่มจาก

ฝึกภาษาจากการดูโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน ซีรีส์ หรือภาพยนตร์ อาจจะฟังยากสักหน่อย แต่การดูภาพประกอบก็จะทำให้สามารถเดาเรื่องราวได้ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องเข้าใจทุกอย่าง แต่สมองของคนเราจะซึมซับเอาคำศัพท์ง่าย ๆ ที่ใช้บ่อย ๆ เข้าไปอยู่แล้ว อย่างเช่น คำทักทาย บอกลา หรือคำศัพท์ง่าย ๆ อื่น ๆ

ฝึกภาษาจากการฟัง เพื่อเรียนรู้สำเนียง แต่ต้องฟังอย่างตั้งใจ อย่าท้อแม้จะไม่สามารถเข้าใจทุกอย่างที่ได้ยิน การเรียนภาษานั้นเป็นเรื่องสนุกก็ต่อเมื่อคุณสนใจในสิ่งที่คุณกำลังฟังอยู่ ค่อยเป็นค่อยไปแล้วคุณจะเรียนรู้มันโดยไม่รู้ตัวเองค่ะ

ฝึกภาษาจากการอ่าน โดยการหาหนังสือที่เป็นเรื่องราวที่ชื่นชอบ และสนุกที่ได้อ่าน แต่อย่าฝืนตัวเอง อย่าบังคับตัวเองให้อ่าน ขอให้เลือกอ่านในเวลาที่อยากอ่านและพร้อมที่จะอ่านจริง ๆ

ฝึกภาษาจากการเขียน หลังจากเรียนรู้จากการดูโทรทัศน์ ฟัง และอ่านแล้ว ก็จะสามารถเขียนประโยคง่าย ๆ ได้ โดยการเขียนนั้นจะช่วยให้พัฒนาภาษาได้อย่างรวดเร็ว และวิธีที่ง่ายและสนุก ก็คือเขียนบันทึกประจำวันของคุณเอง มันจะทำให้ทักษะทางภาษาพัฒนาไปโดยไม่รู้ตัว หรือลองหาเพื่อนเจ้าของภาษาทางอินเตอร์เนต แล้วพิมพ์คุยกับพวกเขาบ่อย ๆ ก็จะทำให้คุณซึมซับคำศัพท์และสำนวนหลายสำนวนได้ดีเลยทีเดียวและทุกครั้งที่เขียน ขอให้เน้นความสนุกมากกว่าความถูกต้อง

ฝึกภาษาจากการพูด เป็นขั้นตอนลุดท้ายหลังจากได้ผ่านการเรียนรู้เบื้องต้นมาบ้างแล้ว การพูดจะช่วยให้จดจำได้มากขึ้น อาจเริ่มพูดคุยเป็นภาษาที่คุณเรียนรู้มากับเพื่อนของคุณที่กำลังฝึกภาษาเดียวกันกับคุณก่อน จากนั้นลองสนทนาออนไลน์กับเพื่อนเจ้าของภาษาดู จะกระตุ้นให้คุณพยายามพูดอย่างรวดเร็วขึ้น

ไม่ว่าจะลองฝึกภาษาไหน เพียงแต่ตั้งใจจริงไม่ย่อท้อ และสนุกไปกับมันเพียงเท่านี้เรื่องภาษาที่ 3 ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วล่ะค่ะ

การนับเวลาแบบฝรั่ง AM PM

การบอกเวลาแบบฝรั่งการบอกเวลาแบบฝรั่งเป็นสัญลักษณ์ AM , PM

หลายคนคงได้เห็นการบอกเวลาแบบฝรั่งเป็นสัญลักษณ์ AM , PM  แสดงเวลาซึ่งเชื่อว่ามักเกิดความสับสนอยู่บ่อยๆ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า AM PM นั้น บอกเวลากันอย่างไร โดยก่อนอื่นมาดูความหมายของคำย่อก่อนว่าคำย่อ AM PM ย่อมาจากอะไร

AM ย่อมาจาก Ante Meridiem คือ เวลาหลังเที่ยงคืน ถึง ก่อนเที่ยงวัน เริ่มที่ 00.01 น. ไปจนถึง 11.59 น.

PM ย่อมาจาก Post Meridiem คือ เวลาหลังเที่ยงวัน ถึง ก่อนเที่ยงคืน เริ่มตอน 12.01 น.ไปจนถึง 23.59 น.

โดยเวลาของฝรั่งนั้นจะไม่นับเป็น 24 ชั่วโมงเหมือนของไทยเรา แต่จะนับตามตัวเลขบนนาฬิกา คือ มีแค่

1-12 นาฬิกาเท่านั้น

ยกตัวอย่าง เช่น บ่ายสองโมง ของฝรั่งก็จะใช้ 2 PM ซึ่งเท่ากับ 14.00 น. นั่นเอง

จากการนับข้างบนจะเห็นว่าไม่มีเวลา 12.00 น. ซึ่งก็คือเวลาเที่ยงวันกับเที่ยงคืนนั่นเอง โดย 2 เวลานี้ฝรั่งเค้าจะใช้ว่า 12 noon คือเที่ยงวัน และ 12 midday คือเที่ยงคืน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ยังคงใช้เวลา 12 AM หรือ 12 PM กันอยู่แพร่หลาย จนกลายเป็นที่อนุโลมได้