สิ่งแวดล้อม

การตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสีย แบบระบบเอเอส

ผู้ควบคุมควรทำการวิเคราะห์ลักษณะของน้ำเสียเพื่อติดตามผลการทำงานของระบบเอเอสเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยเป็นเวลา 1 เดือน นับจากการทำงานคงที่ หลังจากนั้นควรทำการวิเคราะห์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เป็นเวลาอีกประมาณ 1 เดือน เมื่อทุกอย่างเข้าที่และผู้ควบคุมมีความชำนาญในการควบคุมประสิทธิภาพแล้วก็สามารถลดการวิเคราะห์เหลือสัปดาห์ละครั้ง

การตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบเอเอส ประกอบด้วย

  1. ทำการเก็บตัวอย่างน้ำเสียก่อนเข้าถังเติมอากาศ และออกจากถังตกตะกอนวิเคราะห์ค่า pH, COD, BOD, SS, TKN และ TP เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพ
  2. วิเคราะห์ค่า MLSS หรือ MLVSS ในถังเติมอากาศเพื่อเป็นข้อมูลในการปรับค่า F/M ที่เหมาะสม
  3. วิเคราะห์ค่าความเข้มข้นของสลัดจ์สูบกลับเพื่อเป็นข้อมูลในการปรับค่า MLSS หรือ MLVSS ในถังเติมอากาศให้เหมาะสม
  4. สีของสลัดจ์เป็นสีน้ำตาลเข้ม หากพบว่าสลัดจ์มีสีดำคล้ำ แสดงว่าขาดออกซิเจน จำเป็นต้องเพิ่มการเติมอากาศ ส่วนโรงบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานย้อมผ้า สีของสลัดจ์ก็จะมีสีเปลี่ยนแปลงตามสีของชนิดน้ำเสียได้
  5. กลิ่นของจุลินทรีย์ในถังเติมอากาศจะมีกลิ่นอับๆคล้ายกลิ่นดิน ถ้ามีกลิ่นเหม็นของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ แสดงว่าระบบมีการเติมอากาศไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มการเติมออกซิเจนมากขึ้น
  6. การเกิดฟองก๊าซในถังตกตะกอน ซึ่งเกิดจากชั้นของระดับสลัดจ์สูงเกินไป หรือเกิดจากจุลินทรีย์ค้างในถังตกตะกอนนานเกินไป ต้องเพิ่มอัตราการสูบสลัดจ์กลับ หรือสูบสลัดจ์ส่วนเกินทิ้ง
  7. ถ้าพบฟองสีขาวที่ผิวน้ำในถังเติมอากาศ แสดงว่า MLSS หรือ MLVSS ในถังเติมอากาศน้อยเกินต้องเพิ่มการสูบสลัดจ์กลับมากขึ้น และลดการสูบสลัดจ์ส่วนเกินลง
  8. ถ้าพบฟองสีน้ำตาลที่ผิวน้ำในถังเติมอากาศ แสดงว่า MLSS หรือ MLVSS ในถังเติมอากาศมากเกินไป ต้องลดการสูบสลัดจ์กลับให้น้อยลง และเพิ่มการสูบสลัดจ์ส่วนเกินมากขึ้น
  9. ตรวจวัดดีโอในระบบบำบัดน้ำเสีย โดยปกติการควบคุมดีโอในถังเติมอากาศให้มีค่าอยู่ไม่ต่ำกว่า 2 มก./ล. การตรวจวัดควรเก็บหลายตำแหน่งและที่ระดับต่างกัน เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องเติมอากาศ

Leave a Reply