สุขภาพ

การปวดประจำเดือนและอาการก่อนมีประจำเดือนหรืออาการร่วมกับการมีประจำเดือน

การปวดประจำเดือน

เป็นอาการปวดบริเวณท้องน้อย ปวดถ่วงในอุ้งเชิงกราน ที่เกิดขึ้นก่อนหรือขณะกำลังมีประจำเดือน อาการอาจมากจนต้องใช้ยาเพื่อบรรเทา ลักษณะการปวดอาจบีบรัดเป็นพักๆ หรือปวดร้าวไปที่เอว สันหลัง สะโพก ต้นขา บางครั้งมีอาการระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย เป็นต้น อาจมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หน้ามืด เหมือนจะเป็นลม ร่วมด้วย อาการเหล่านี้ตามปกติจะไม่ขัดขวางต่อการทำงานหรือดำรงชีวิตตามปกติ

การปวดประจำเดือนมากชนิดปฐมภูมิ

มักเกิดขึ้นในปีแรกหลังจากที่มีประจำเดือนครั้งแรกได้ 3-4 เดือน อาการปวดจะเริ่มก่อนเลือดประจำเดือนมา 2-3 ชั่วโมง อาการปวดรุนแรงมากที่สุดในวันแรกของการมีประจำเดือนอาการจะทุเลาลงภายใน 2-3 วัน ร้อยละ 50 มีอาการร่วมกับ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย และปวดศีรษะ ไม่พบพยาธิสภาพของอวัยวะสืบพันธุ์ภายใน พบส่วนใหญ่ในสตรีแรกรุ่น ร้อยละ 95 อาการจะหายไปภายหลังคลอดบุตร

กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนหรือกลุ่มอาการร่วมกับการมีประจำเดือน

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของประจำเดือน และมักจะมีอาการร่วมไปกับรอบประจำเดือน เช่น มีอาการเต้านมคัด ปวดท้องน้อยซึ่งเกิดจากการบีบรัดของมดลูกและการขยายตัวของปากมดลูก ปวดหลัง หรืออาจมีอารมณ์หงุดหงิดบ้าง เป็นต้น อาการเหล่านี้มักไม่เป็นอุปสรรคสำคัญในการดำรงชีวิตปกติประจำวันแต่อย่างใด อาการเหล่านี้เกิดจากฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งหลั่งมาจากรังไข่ตามปกติ คือ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน พบว่าหญิงในวัยมีบุตรได้ร้อยละ 95 จะมีอาการดังกล่างอย่างน้อย 1 อาการ อันแสดงถึงการทำงานตามปกติของรังไข่

ประมาณ 1 ใน 3 ของสตรีอาการดังกล่าวจะทวีความรุนแรงมากขึ้น และมีอาการร่วมกันมากกว่า 2-3 อย่างขึ้นไป เช่น อ่อนเพลียมาก หงุดหงิดรำคาญใจมาก แต่ก็ยังพอประคับประคอง ประกอบกิจวัตรประจำวันได้

ประมาณร้อยละ 3-5 อาการต่างๆ อาจมีความรุนแรงมากจนไม่สามารถประกอบกิจการตามปกติได้ และต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ อาการเหล่านี้ทางแพทย์เรียกว่า กลุ่มอาการร่วมกับประจำเดือน Premenstrual syndrome หรือ PMS

Leave a Reply