การศึกษา

การเล่นโมงครุ่มการละเล่นของไทย

การเล่นโมงครุ่ม หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอีหลัดถัดทา  ในเอกสารโบราณเรียกว่า “หม่งครุ่ม โหม่งครุ่ม มงครุ่ม” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2556 ใช้ว่า “โมงครุ่ม” อธิบายว่า การมหรสพอย่างหนึ่งที่แสดงในงานราชพิธีมงคลสมโภช เช่น พระราชพิธีโสกันต์ พระราชพิธีนี้ใช้แก่พระองค์เจ้าขึ้นไปการเล่นโมงครุ่ม

การแต่งกายของผู้แสดงโมงครุ่ม คล้ายกับระเบง และกุลาตีไม้ คือ สวมชุดเข้มขาบ ซึ่งเป็นผ้าที่ทอรวมกับทองแล่ง สวมสนับเพลา คาดผ้าที่เอว สวมเทริด นักแสดงมือถือไม้กำพด ลักษณะอย่างตระบองขนาดสั้น 2 อัน ส่วนล่างทำเป็นด้ามสำหรับถือ ผู้แสดงถือไม้กำพดข้างละมือ

การเล่นโมงครุ่ม แบ่งผู้แสดงออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน กลุ่มหนึ่งมีกลองโมงครุ่ม 1 ลูก ผู้แสดงยืนใกล้กับกลองข้างละ 2 คน กลองโมงครุ่มนี้เป็นกลองขึ้นหนังสองหน้า มีรูปทรงอย่างเดียวกับกลองทัด วางบนฐานตั้งตรงกลาง ด้านหน้ามีผู้เล่น 1 คน ยืนตีโหม่งบอกท่าทางให้ผู้เล่นทำตาม ผู้ตีโหม่งตีให้สัญญาณ เมื่อผู้เล่นเข้าประจำที่แล้วคนตีจึงตีโหม่งพร้อมร้องว่า “อีหลัดถัดทา” จากนั้นตีโหม่งอีก 2 ที เพื่อบอกท่าทางต่างๆ ผู้เล่นแสดงท่าทางยักเอว ซ้ายทีหนึ่ง ขวาทีหนึ่ง พร้อมร้องว่า “ถัดถัดท่า ถัดท่าท่าถัด” จนกว่าคนตีโหม่งตีให้สัญญาณเปลี่ยนท่า โดยผู้ตีโหม่งตีรัวสัญญาณ ผู้เล่นหยุดยืนอยู่กับที่ด้วยวิธีร้องบอกว่า “โมงครุ่ม” ตีโหม่ง 2 ที เสียงดัง “มง ๆ” ผู้แสดงใช้ไม้กำพดตีที่หน้ากลอง ซ้ายที ขวาที ให้ดัง “ครุ่มๆ” ผู้ตีโหม่งตีรัวสัญญาณให้ผู้แสดงหยุด แล้วบอกท่าใหม่

ท่าที่เล่นมีหลายท่า เช่น ท่าบัวตูม ท่าบัวบาน ท่ามังกรฟาดหาง พระจันทร์ทรงกลด ท่าเทพนม ท่าช้างประสานงา ท่าเมขลาล่อแก้ว ท่ารามสูรขว้างขวาน ท่าหนุมานถวายแหวน ท่าพระอินทร์เป่าสังข์ ฯลฯ

ที่มา : วารสารวัฒนธรรม ปีที่ 53 ฉบับที่ 4 , ตุลาคม – ธันวาคม 2557