การศึกษา

การแบ่งเขตทะเลตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ของทะเล

ทะเลและมหาสมุทรต่างๆ มีความต่อเนื่องกัน ด้วยทะเลและมหาสมุทรปกคลุมตั้งแต่ขั้วโลกเหนือถึงขั้วโลกใต้ แต่ละแห่งจึงมีความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความเค็ม และความลึก

ถึงแม้ว่าทะเลและมหาสมุทรมีความต่อเนื่องกัน แต่สิ่งมีชีวิตในแต่ละมหาสมุทรก็ค่อนข้างจะถูกแยกออกจากกันด้วยสิ่งกีดขวางทางภูมิศาสตร์ (geographical barrier) ถึงจะน้อยกว่าในสภาพพื้นดิน แต่สิ่งกีดขวางนี้ก็มากพอที่จะจำกัด การแพร่กระจายของสิ่งมีชีวิตเป็นจำนวนมากให้อยู่เฉพาะในมหาสมุทรเท่านั้น และสิ่งแรกที่ควรศึกษา คือ สภาพของพื้นทะเล

สภาพของพื้นทะเล จำแนกออกเป็นเขตต่างๆตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ (Geographical zone) ได้ดังนี้

Continental Shelf เป็นส่วนของพื้นทะเลที่ต่อเนื่องกับแผ่นดินมากที่สุด บริเวณนี้เป็นบริเวณน้ำตื้น ก้นทะเล ค่อยๆลาดลงไปทะละเล็กน้อย จนกระทั่งถึงความลึกประมาณ 200 เมตร ประมาณกันว่า 8% ของพื้นมหาสมุทรเป็น Continental Shelf

ความกว้างของ Continental Shelf แต่ละแห่งแตกต่างกันไป ในบางแห่ง Continental Shelf กว้างใหญ่และต่อเนื่องกันมาก เช่นในช่องแคบออังกฤษ และทะเลเหนือทั้งหมด อยู่ในส่วนของ Continental Shelf ทะเลจีนใต้ก็มี Continental Shelf ที่กว้างใหญ่มากเช่นกัน

บริเวณ Continental Shelf เป็นบริเวณที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก เพราะเป็นบริเวณที่มีการประมง 80% ของการประมง ทำกันในบริเวณไหล่ทวีปนี้ นอกจากนี้บริเวณนี้ยังเป็นบริเวณที่ขุดเจาะเอาแก๊สและน้ำมันด้วย

Continental Edge คือส่วนปลายสุดของ Continental Shelf ตัดจากส่วนนี้ลงไปเป็นส่วนที่พื้นมหาสมุทรเริ่มชันลง

Continental Slope เป็นส่วนของพื้นที่มหาสมุทรที่ลาดชันมาก จนกระทั่งเกือบถึงก้นมหาสมุทร ส่วนที่มีความลึกประมาณ 3,000 – 6,000 เมตร หรือลึกกว่านี้ในบางแห่ง

ลักษณะพื้นที่ของ Continental Slope เป็นส่วนที่ไม่ค่อยราบเรียบ ประกอบไปด้วยรอยแยกและร่องลึกๆของพื้นที่

Continental raise เป็นส่วนที่ถัดจาก Continental Slope ลงไป โดยพื้นที่ส่วนนี้ค่อยๆลดความลาดชันลง ส่วนของ Continental raise นี้จะค่อยๆผสมผสานไปกับก้นทะเล

Abyssal plain เป็นส่วนพื้นที่ราบกว้างใหญ่ของก้นทะเล

Submarine ridge อาจเรียกได้ว่าเป็นทวีปใต้น้ำ เพราะเป็นส่วนของก้นทะเลที่ยกระดับสูงขึ้นมา และต่อเนื่องกันเป็นภูเขาใต้น้ำที่กว้างใหญ่ บางแห่งภูเขาใต้น้ำนี้สูงมากจนโผล่พ้นน้ำขึ้นมา กลายเป็นเกาะในทะเล Submarine ridge เป็นลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งของพื้นผิวโลก มีพื้นที่กว้างใหญ่เกือบเท่าทวีปต่างๆรวมกัน

Ocean trench เป็นส่วนของก้นมหาสมุทรที่ลึกลงไปมากคล้ายเหว ส่วนนี้อาจจะลึกตั้งแต่ 7,000 – 11,000 เมตร ส่วนมากเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกส่วนตะวันตก เช่น Marina trench ลึกถึง 11,000 เมตร และเป็นแนวตั้งแต่ตอนเหนือของฟิลิปปินส์ จนถึงฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น

Leave a Reply