สิ่งแวดล้อม

การแยกอนุภาคด้วยถุงกรองและหลักการทำงานของถุงกรอง (Fabric Filters)

หลักการทำงาน ใช้แยกอนุภาคออกจากกระแสก๊าซโดนใช้กลไกการสกัดกั้น การกระทบ การแพร่ การลอดผ่าน (Sieving) ซึ่งจะกั้นอนุภาคไว้บนช่องว่างของโครงสร้างที่เป็นรูพรุน มักจะทำด้วยผ้าสักหลาด Felted Fabric เป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถแยกฝุ่นขนาด 0.1 ไมครอนได้ โดยเฉพาะช่วง 0.2-0.5 ไมครอน แต่ต้องมีการทำความสะอาดถุงกรองเป็นครั้งคราว

ลักษณะของถุงกรอง (Bag house) ประกอบด้วยถุงกรองเป็นแถวๆอยู่ด้วยกันหลายหน่วย โดยจะมีโครงยึดถุงเพื่อป้องกันการแฟบ

ระบบการกรองในหน่วยของถุงกรองจะมี 2 อย่าง คือ

–  ระบบการกรองภายใน (Interior Filtration) ก๊าซจะไหลเข้าด้านบนหรือล่างภายในถุง อนุภาคจะถูกจับอยู่ภายในถุงส่วนก๊าซสะอาดจะไหลผ่านออกมาด้านนอก

–  ระบบการกรองภายนอก (Exterior Filtration) ก๊าซจะไหลจากด้านนอกเข้าถุง อนุภาคจะถูกจับอยู่ด้านนอกถุง ดังนั้นจะต้องมีโครงยึดภายใน

ชนิดของถุงกรองที่นิยมใช้

1.  ถุงกรองแบบ Pulse Jet (Pulse Jet Fabric Filter) ถุงกรองชนิดนี้เรียกชื่อตามวิธีการทำความสะอาดถุงกรอง ก๊าซจะไหลเข้าถังและฝุ่นจะสะสมที่ผิวด้านนอกถุง และก๊าซจะไหลขึ้นด้านบนและระบายออก ฝุ่นที่เกาะจะต้องเอาออกเป็นระยะ เพื่อไม่ให้เกิดความต้านทานการไหลของก๊าซ การทำความสะอาดจะอัดอากาศแรงดันสูง (414-620 KPa หรือ 60-90 psi) เป่าถุงกรองเพื่อให้เกิดคลื่นบนถุงกรองดันฝุ่นให้หลุดออกจากผ้าลงสู่ถังพัก

2.  ถุงกรองแบบอากาศไหลย้อน (Reverse Air Fabric Filter) อากาศจะไหลย้อนผ่านถุงกรอง วิธีการทำความสะอาดอาจใช้วิธีเขย่า

ข้อได้ดีและข้อเสียของถุงกรอง

ข้อดี คือ มีประสิทธิภาพสูงในการจับฝุ่นขนาดเล็ก , ต้นทุนต่ำ , แรงดันสูญเสียไม่มาก , เก็บฝุ่นแห้ง สามารถใช้ในกระบวนการใหม่ได้ , ขจัดปัญหาน้ำเสีย

ข้อเสีย คือ มีขนาดใหญ่เปลืองเนื้อที่ , ต้องบำรุงรักษามาก , จำกัดเรื่องอุณหภูมิของก๊าซ , อายุถุงอาจสั้น เนื่องจากสภาพกรด-ด่างของก๊าซ , ใช้กับสารเปียกเหนียวหรือชื้นไม่ได้ทำให้ทำความสะอาดยาก , ฝุ่นบางชนิดเมื่อสะสมอาจติดไฟได้ถ้ามีประกายไฟ ทำให้ไหม้

Leave a Reply