พัฒนาจิตใจ

คุณสมบัติของสมาธิและการพัฒนาสมาธิให้คงอยู่

สมาธิเป็นคุณสมบัติอันเลิศ ที่มีลักษณะซึมซาบให้เกิดขึ้นในใจ ลักษณะเป็นลมละเอียด ชนิดถูกกลั่นกรองจนเป็นปุยนุ่น มีความแกร่งแต่อ่อนละมุน มีความนุ่มแต่เหนียวแน่น มีการตั้งอยู่ในลักษณะแห่งฐานรองรับ

สมาธิ เป็นลักษณะลมละเอียด ถูกกลั่นกรองจนอ่อนนุ่มแต่แกร่ง พร้อมจะซึบซาบเข้าสู่ใจ มีความเป็นเชิงรับ บังเกิดความสุข เพราะรองรับคือสติความระลึกอันเป็นความเหนียวไม่ขาดง่ายๆ สุขุมลุ่มลึกสุดจะประมาณ อาการแสดงออกให้เห็นสิ่งต่างๆเป็นนิมิตเกิดแสงสว่างสบายสุขเกษม อาการนี้ได้รับการซึบซาบจากสมาธิ ฐานรองรับนั้นแกร่งด้วยความผสมจิต-สติ เพื่อความคงอยู่ของพลังที่จะเข้ามารวมอยู่ที่ฐานให้แกร่งขึ้น เพื่อให้ฐานใหญ่และแกร่งขึ้นตามลำดับ

สมาธิได้จากคำสอนที่มีมาจากคัมภีร์พระพุทธศาสนาและแนะนำการกระทำต่างๆ พระสงฆ์ผู้สนใจได้ศึกษาแล้วปฏิบัติตามหนทางที่ระบุไว้ในคำสอนนั้นๆ ผลออกมาเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคนและสอนต่อๆกันมาในเรื่องการนั่งสมาธิตามแบบที่ถูกต้อง

โดยบริกรรมมาตามลำดับจนบังเกิดตามเหตุผลของการดำเนินการ จนเข้าใจเหตุผลที่ว่าเหตุใดจึงต้องทำสมาธิ ทำเพื่อต้องการมีสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดีนั่นเอง สุขภาพใจนั้นเมื่อเกิดสมาธิแล้ว ก็จะทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน เพราะความฟุ้งซ่านเป็นหนทางให้เกิดโรคทางจิตมาก จนเกิดความคุ้มคลั่ง มีความไม่เป็นตัวของตัวเอง ความสุขหายไป

สมาธิสำคัญต่อมนุษย์ สมาธิคือสมบัติที่มีความสำคัญต่อการพัฒนามนุษย์ ให้มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ คือการพัฒนาจิตใจที่สูงขึ้น เพราะความสงบที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปัจจัยให้เล็งเห็นความสุขที่ทุกคนปรารถนา เพราะสมาธิต้องมีการสะสมให้เป็นการเพียงพอเพื่อเหล่อเลี้ยงจิตใจ

เมื่อเกิดสมาธิขึ้น วิธีการรักษาเพื่อดำรงไว้ซึ่งสมาธิ และการพัฒนาสมาธิให้มากขึ้น จึงต้องมีหลักเกณฑ์พอสมควร เช่น

1.       การทำก็ต้องอยู่ในลักษณะศรัทธา

2.       การระวังมิให้จิตเขวไป เชื่อในสิ่งที่ไม่ควรเชื่อ

3.       การกระทำอย่างต่อเนื่อง

4.       ไม่กังวลจนเกินไป

5.       การศึกษาต่อผู้รู้ก็ควรถามและใคร่ครวญ

6.       ความเชื่อมั่น

7.       ความตั้งใจแน่วแน่

Leave a Reply