พัฒนาจิตใจ

จุดมุ่งหมายและประโยชน์ของสมาธิ

ความมุ่งหมายและประโยชน์ของสมาธิที่ใช้อย่างถูกต้องหรือพูดตามศัพท์ว่า ความมุ่งหมายของสัมมาสมาธิก็คือ เพื่อเตรียมจิตให้พร้อมที่จะใช้ปัญญาอย่างได้ผลดี เป็นสมาธิเพื่อปัญญา เพื่อการรู้เห็นสิ่งทั้งหลายความเป็นจริง เพื่อทำความเห็นความเข้าใจให้ถูกต้องบริสุทธิ์

แม้ว่าสมาธิจะมีความมุ่งหมายดังกล่าวมานี้ก็จริง แต่สมาธิก็ยังมีคุณประโยชน์อย่างอื่นๆที่นอกเหนือไปจากจุดมุ่งหมายนั้นอีก ประโยชน์บางอย่างเป็นพลอยได้ระหว่างปฏิบัติเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของสมาธินั่นเอง บางอย่างเป็นประโยชน์ที่พิเศษออกไป ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนยิ่งกว่าธรรมดา บางอย่างเป็นประโยชน์ที่เกื้อกูลแก่ท่านที่ได้บรรลุจุดมุ่งหมายของสมาธิเสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งพระราชวรมุนี สรุปและประมวลประโยชน์ของสมาธิไว้ ดังนี้

1. ประโยชน์ที่เป็นจุดมุ่งหมาย หรืออุดมคติทางศาสนา

-ประโยชน์ที่ตรงแท้ของข้อนี้คือ การเตรียมให้พร้อมที่จะใช้ปัญญาพิจารณาให้รู้แจ้งสภาวะธรรมดาตามความเป็นจริง เรียกตามศัพท์ว่า เป็นบาทแห่งวิปัสสนาหรือทำให้เกิดยถาภูตญาณทัสสนะ คือ การรู้เห็นตามความเป็นจริงซึ่งจะนำไปสู่วิชชาและวิมุตติในที่สุด

-ประโยชน์ที่รองมาในแนวเดียวกันนี้ แม้จะไม่ถือว่าเป็นจุดมุ่งหมายที่แท้จริงคือการบรรลุภาวะที่จิตหลุดพ้นจากกิเลสชั่วคราว กล่าวคือหลุดพ้นจากกิเลสด้วยอำนาจพลังจิต โดยเฉพาะด้วยกำลังญาณ กิเลสถูกกำลังสมาธิกด ข่ม หรือทับไว้ ตลอดเวลาที่อยู่ในสมาธินั้น เรียกตามศัพท์ว่า วิกขัมภนวิมุตต

2. ประโยชน์ในด้านการสร้างความสามารถพิเศษเหนือสามัญวิสัย ที่เป็นผลสำเร็จอย่างสูงทางจิต หรือเรียกว่า ประโยชน์ในด้านอภิญญา ได้แก่การใช้สมาธิระดับญาณสมาบัติเป็นฐาน ทำให้เกิดฤทธิ์อภิญญาขั้นโลกีย์อื่นๆ เช่น หูทิพย์ ตาทิพย์ ทายใจคนอื่นได้ ระลึกชาติได้เป็นต้น

3. ประโยชน์ด้านสุขภาพจิตและการพัฒนาบุคลิกภาพ เช่น ทำให้เป็นผู้มีจิตใจและมีบุคลิกลักษณะเข้มแข็ง หนักแน่น มั่นคง สงบ เยือกเย็น สุภาพ นิ่มนวล สดชื่น ผ่องใส กระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า เบิกบาน งามสง่า มีเมตตา กรุณา รู้จักตนและผู้อื่นตามความเป็นจริง รู้จักทำใจให้สงบและสะกดยั้งผ่อนเบาความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจได้ เรียกง่ายๆว่า มีความมั่นคงทางอารมณ์และมีภูมิคุ้มกันโรคจิต

4. ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

-ช่วยให้จิตผ่อนคลาย หายเครียด เกิดความสงบ หายกระวนกระวาย กลัดกลุ้ม วิตกกังวล เป็นเครื่องพักผ่อนกายให้ใจสบายและมีความสุข

-เสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน การศึกษาและการทำกิจทุกอย่างให้ดียิ่งขึ้น เพราะจิตที่เป็นสมาธิ แน่วแน่ อยู่กับสิ่งที่กำลังทำ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่วอกแวก ไม่เลื่อนลอย ย่อมช่วยให้เรียน ให้คิด ให้ทำงานได้ผลดี การทำงานก็เป็นไปโดยรอบคอบ ไม่ผิดพลาดและป้องกันอุบัติเหตุได้ดี เพราะเมื่อมีสมาธิย่อมมีสติกำกับอยู่ด้วย

-ช่วยเสริมสุขภาพกายและแก้ไขโรคได้ ร่างกายกับจิตใจอาศัยกันและมีอิทธิพลต่อกัน ปุถุชนทั่วไปเมื่อกายไม่สบาย จิตก็พลอยอ่อนแอ เศร้าหมองขุ่นมัว ครั้นเสียใจ ไม่มีกำลังใจ ก็ยิ่งซ้ำโรคทางกายนั้นให้ทรุดหนักลงไปอีก แม้ในเวลาที่ร่างกายปกติพอประสบเรื่องราวให้เศร้าเสียใจรุนแรงก็ล้มป่วย เจ็บไข้ไปได้ ส่วนผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งสมบูรณ์เมื่อเจ็บป่วยก็ไม่สบายอยู่แค่กายเท่านั้น จิตไม่พลอยป่วยไปด้วย ยิ่งกว่านั้นกลับใช้ใจที่สบายมีกำลังจิตเข้มแข็งนั้นบรรเทาหรือผ่อนเบาโรคทางกายได้อีกด้วย

Leave a Reply