ชนิดของถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในประเทศไทย

March 25 | Posted by admin | สิ่งแวดล้อม Tags: , ,

สัตว์ป่ากับถิ่นที่อาศัย มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด หากขาดพื้นที่อาศัย สัตว์ป่าก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้ สัตว์ป่าในประเทศไทยส่วนมากดำรงชีวิต และมีชีวิตผูกพันอยู่กับป่าไม้ เพราะป่าไม้เป็นที่รวมปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิตของสัตว์ป่า คือ แหล่งน้ำ แหล่งหลบภัย เมื่อป่าถูกทำลายหรือเปลี่ยนสภาพ แหล่งน้ำ แหล่งอาหาร หรือแหล่งหลบภัยก็จะถูกทำลายไปด้วย ทำให้เกิดการขาดแคลนและมีการแก่งแย่งอาหาร น้ำ แหล่งหลบภัยระหว่างสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น สัตว์ป่าจะขาดความสมบูรณ์ การขายพันธุ์ไม่ได้ผล และอาจเกิดการล้มตายด้วยโรคระบาด และสาเหตุอื่นๆ จำนวนสัตว์ป่าจึงลดจำนวนลง

สัตว์ป่าแต่ละชนิดชอบอาศัยในสภาพแวดล้อมและป่าไม้ต่างชนิดกัน เมื่อป่าไม้หรือสภาพแวดล้อมเหล่านี้ถูกทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงไป มีสัตว์หลายชนิดที่ไม่สามารถย้ายถิ่นที่อาศัย หรือปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ การลดจำนวนลงของสัตว์ป่าชนิดนั้นๆ จนบางชนิดใกล้จะสูญพันธุ์และบางชนิดก็สูญพันธุ์ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม สัตว์ป่าบางชนิดไม่ได้อาศัยอยู่ในสภาพถิ่นที่อาศัยที่เป็นป่าชนิดเดียว สัตว์ป่าบางชนิดหากินในทุ่งหญ้า ใช้ป่าดงดิบเป็นที่หลบภัย หรือสัตว์ป่าหลายชนิดหากินอยู่ในทุกสภาพป่า แต่อาศัยหลบภัยอยู่ในป่าดงดิบ พฤติกรรมของสัตว์ป่าเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการกระจายของแหล่งน้ำ แหล่งอาหารและแหล่งหลบภัย ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ในพื้นที่ที่มีสภาพป่าหลายชนิดขึ้นอยู่ มีปริมาณประชากรสัตว์ป่า สูงกกว่าในพื้นที่ที่มีเพียงป่าชนิดเดียว

ชนิดของถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในประเทศไทย สามารถแบ่งออกได้ดังนี้

1.  ป่าประเภทไม่ผลัดใบ ได้แก่ ป่าไม้ซึ่งปรากฏให้เห็นเป็นสีเขียวชอุ่มตลอดปี พันธุ์ไม้ชนิดต่างๆที่ขึ้นอยู่จะมีการทิ้งใบตามธรรมชาติ แต่เป็นการทยอยร่วงหล่นและเกิดใหม่ ขึ้นมาทดแทนอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถเห็นความแตกต่างเหมือนป่าประเภทผลัดใบ ป่าไม้ชนิดที่สำคัญที่จัดเป็นป่าประเภทนี้ได้แก่ ป่าดงดิบ ป่าดงดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา ป่าชายเลน ป่าพรุ

สัตว์ป่าซึ่งอาศัยอยู่ตามป่าดงดิบ ได้แก่ แรด กระซู่ ช้างป่า กระทิง เสือโคร่ง เสือดาว หรือเสือดำ เสือลายเมฆ เลียงผา กวางป่า อีเก้ง กระจง หมี ชะนี เม่น ไก่ฟ้า นกหว้า นกแว่น นกเงือกชนิดต่างๆ และนกป่าอื่นๆ

สัตว์ป่าที่พบตามป่าดงดิบเขา ได้แก่ กวางป่า อีเก้ง กระทิง ช้างป่า กวางผา หมูหริ่ง ไก่ฟ้าหลังเทา ไก้ฟ้าหางลายขวาง ฯลฯ

สัตว์ป่าที่พบตามป่าชายเลน ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกน้ำ เช่น นกทะเลขาแดง นกหัวโตชนิดต่างๆ นกยาง นกกินเปรี้ยว นกกะปูด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็มี ลิงแสม เสือปลา อีเห็น พังพอน ฯลฯ

สัตว์ป่าส่วนใหญ่ที่พบมากตามป่าพรุมักจะเป็น นกน้ำ นกตบยุง นกกวัก ฯลฯ สัตว์อื่นๆที่อาจพบตามป่าพรุ ได้แก่ จระเข้ นาก เสือปลา ลิงแสม ค่าง และสัตว์เลื้อยคลานชนิดต่างๆ

2.  ป่าประเภทผลัดใบ ได้แก่ ป่าไม้ที่ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ส่วนใหญ่ ที่มักจะผลัดใบพร้อมกันในฤดูแล้ง ใบไม้ที่ร่วงหล่นและไม้ล้มลุกที่คลุมอยู่ตามพื้นดิน มักจะเป็นเชื้อเพลิงก่อให้เกิดไฟไหม้ลุกลามเป็นไฟป่า แต่เมื่อถึงฤดูฝน ต้นไม้ต่างๆก็จะออกดอก ออกใบ และไม้ชั้นล่างก็จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ป่าดูเขียวชอุ่มเช่นเดิม ป่าที่จัดอยู่ในประเภทนี้ได้แก่ ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง

ป่าเบญจพรรณ มีพันธุ์ไม้ที่เป็นอาหารของสัตว์ป่าหลายชนิด สัตว์ป่าที่ชอบอาศัยอยู่ตามป่าเบญจพรรณ ได้แก่ ละองหรือละมั่ง อีเก้ง กวางป่า เนื้อทราย ช้างป่า กระทิง วัวแดง หมูป่า ลิงชะนี หมี ค่าง นกยูง ไก่ป่า ไก่ฟ้าหลังเทา นกแก้ว นกขุนทอง และสัตว์อื่นๆมีหลายชนิด

ป่าเต็งรัง เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของละอง หรือละมั่ง เนื้อทราย อีเก้ง กวางป่า วัวแดง กระต่ายป่า และนกป่าหลายชนิด เช่น นกแก้ว นกขุนทอง และนกหัวขวานชนิดต่างๆ

3.  พื้นที่ชุ่มน้ำ (wetlands) หมายถึง พวกบึง หนอง พรุ แหล่งน้ำซึ่งทั้งที่เป็นธรรมชาติ หรือสร้างขึ้น เช่น อ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นอย่างถาวร หรือชั่วคราว แหล่งน้ำที่มีน้ำขัง หรือไหลเข้าออก ไม่ว่าจะเป็นน้ำจืด น้ำกร่อย หรือน้ำเค็ม รวมถึงพื้นที่ที่มีน้ำทะเลท่วมถึง ในช่วงที่น้ำลดมีความลึกไม่เกินกว่า 6 เมตร

พื้นที่ชุ่มน้ำมีความสำคัญคือ เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกนกน้ำ ชนิดของสัตว์ป่าที่สำคัญส่วนใหญ่เป็นสัตว์ป่าจำพวกนก ได้แก่ นกยาง นกเป็ดน้ำ นกอีดำ หรือนกอีล้ำ นกอีโก้ง นกอีลุ้ม นกกวัก นกอีแจว นกนางนวล ฯลฯ สัตว์อื่นๆที่อาจพบตามพื้นที่ชุ่มน้ำ ได้แก่ พังพอน นาก สัตว์เลื้อยคลานชนิดต่างๆ

บทความแนะนำ :

Tags: , ,

Leave a Reply