ต้นดอกรักและวิธีการปลูกดอกรัก

February 14 | Posted by admin | บ้านและสวน

ดอกรักต้นรัก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Calotropis gigantea เป็นไม้พุ่มต้นสูง 1.5–3 เมตร ทุกส่วนของต้นจะมียางเหนียวสีขาวข้นคล้ายน้ำนม เป็นพืชใบเดี่ยว เนื้อใบหนา ใต้ใบมีขนนุ่ม ก้านสั้น ออกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง 5 กลีบ โคนเชื่อมติดกัน เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลาง 2–3 เซนติเมตร มีรยางค์เป็นคล้ายมงกุฎ 5 สัน มีสองสี คือสีขาว และสีม่วง แต่สีที่นิยมคือสีขาว ผลเป็นฝักคู่ รูปรีปลายแหลมกว้าง 3–4 เซนติเมตร ยาว 6–8 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกและปล่อยเมล็ดแบนสีน้ำตาลจำนวนมาก ที่มีขนสีขาวเป็นพู่กระจุกอยู่ที่ตรงกลางปลายด้านหนึ่ง เพื่อปลิวไปตามลม จึงมักพบต้นดอกรักอยู่ตามข้างถนนในต่างจังหวัด ดอกรักสีขาวนิยมนำมาร้อยเป็นพวงมาลัยร่วมกับดอกมะลิ จำปา หรือกุหลาบ เพื่อใช้งานมงคลต่างๆต้นดอกรัก

วิธีการปลูกดอกรัก พันธุ์ที่นิยมและเป็นที่ต้องการของตลาดคือ ดอกรักสีขาวพันธุ์ “จิ้งจก” ซึ่งลักษณะของดอกตูมจะดูคล้ายกับปากจิ้งจก ดอกมีสีขาวใส มันวาว ทรงดอกยาวใหญ่ และมีน้ำหนักคล้ายกับดอกรักที่ทำมาจากพลาสติก สามารถปลูกได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง แต่ที่นิยมคือการปักชำด้วยกิ่ง ดอกรักไม่ชอบน้ำมาก ชอบที่ดอนที่ค่อนข้างแห้งระยะเวลาเติบโตจนออกดอกประมาณ 8 เดือน

ยางของดอกรักมีพิษสามารถทำให้เกิดอาการระคายเคือง แสบคัน มีพิษต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้อาเจียนและถ่ายอย่างแรงได้ หากถูกศีรษะจะทำให้ผมร่วงได้ และถ้าเข้าตา จะทำให้ตาพร่ามัวหรือตาบอดได้ การเก็บดอกรักจึงต้องใช้ความระมัดระวัง และสวมเครื่องป้องกันด้วย เช่นแว่นตา หมวก ถุงมือ เสื้อแขนยาว และหากโดนยางของต้นรักบริเวณผิวหนังต้องรีบล้างด้วยน้ำสะอาดทันที หากเป็นมากให้รีบไปพบแพทย์

บทความแนะนำ :

Comments Closed

Comments are closed.