ความปลอดภัย

ทางเข้าสู่ร่างกายของสารเคมีและอนุภาคที่ทำให้เกิดโรค

ในการทำงาน สารเคมีและอนุภาคอื่นๆจะเข้าสู่ร่างกายทางระบบทางเดินหายใจ และผิวหนังเป็นส่วนใหญ่ มีส่วนน้อยที่จะเข้าสู่ร่างกายทางการรับประทาน เช่น การรับประทานอาหารในที่ทำงาน การรับประทานอาหารโดยไม่ล้างมือ การสูบบุหรี่เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถซึมผ่านเยื่อเมือก เช่น เยื่อบุตา เยื่อบุจมูก และเยื่อบุคอหรือคอหอย เช่น บุคคลที่มีนิสัยการเอามือขยี้ตาหรือแคะจมูก กัดเล็บ และยังมีสารเคมีจำนวนไม่น้อยที่สามารถซึมผ่านผิวหนังหรือทำให้เกิดการระคายเคืองโดยตรง และถ้าผิวหนังเป็นแผลก็จะทำให้สารเคมีซึมผ่านได้ง่ายขึ้น

เมื่อสารเคมีหรืออนุภาคเข้าไปในร่างกาย บางตัวจะมีผลต่อบริเวณที่สัมผัสโดยตรง เช่น ถ้าสัมผัสที่ผิวหนัง อาจมีการอักเสบ หรือมีปฏิกิริยาระคายเคืองโดยตรง บางชนิดมีผลต่อทั้งร่างกาย เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์เข้าสู่ร่างกายทางปอด แต่ไม่มีอันตรายต่อเนื้อปอด สารเคมีบางอย่างมีผลต่อตำแหน่งที่สัมผัสแต่ไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เช่น ในผิวหนัง หรือแร่ซิลากา ซึ่งมีพิษต่อเนื้อปอดโดยตรงแต่ไม่มีการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย คาร์บอนมอนอกไซด์เมื่อเข้าไปในปอดแล้วจะซึมผ่านเนื้อปอดเข้าไปในกระแสเลือดและเกิดพิษขึ้นโดยไม่มีผลต่อเนื้อปอด สารก่อมะเร็งเข้าไปในปอดและถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายและไปสะสมในอวัยวะที่ทำหน้าที่ละลายไขมัน เช่น คาร์บอนเตตระคลอไรด์เข้าไปสะสมในตับ เป็นต้น สารที่ละลายในไขมันส่วนใหญ่จะถูกดูดซึมได้ดีเนื่องจากอวัยวะในร่างกายส่วนใหญ่จะประกอบด้วยไขมัน

การเข้าสู่ร่างกายทางทางเดินหายใจ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเข้าถึงถุงลม (Alveoli) ในปอด ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนก๊าซผ่านทางเส้นเลือดฝอยรอบถุงลม ดังนั้นก๊าซที่ละลายในน้ำได้ดี เช่น สารคัดหลั่ง (Secretion) ในปอดซึ่งเป็นน้ำ แต่ถ้าก๊าซนั้นมีความเข้มข้นมากก็จะมีความรุนแรงมากจนสามารถเป็นพิษระคายเคืองต่อปอดได้โดยตรง เช่น ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุก๊าซรั่วในการทำงานหรือการหายใจเข้าไปเป็นจำนวนมากจะเกิดการทำลายเส้นเลือดฝอยทำให้มีการรั่วของน้ำเหลือง และเกิดอาการปอดบวมน้ำจากสารเคมีขึ้นซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

ในกรณีที่เป็นฝุ่นหรืออนุภาค จะต้องมีขนาดเล็กจึงจะเข้าไปสู่ถุงลมได้ โดยถ้ามีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ก็เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนต้นซึ่งได้แก่จมูกลงไปจนถึงคอหอย ถ้าขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอนก็สามารถเข้าไปสู่ท่อลมขนาดกลางถึงเล็กได้ ถ้าขนาดเล็กกว่า 3 ไมครอนสามารถเข้าสู่ท่อลมขนาดเล็กจนถึงถุงลมในปอดได้ และถ้าขนาดเล็กกว่า 1 ไมครอน ก็สามารถลอยเข้าออกในปอดอย่างอิสระได้ เมื่อฝุ่นหรืออนุภาคพวกนี้เข้าไปในปอดจะถูกจับโดยเซลล์ป้องกันในร่างกาย คือ มาคโครฟาจ (Macrophage) ซึ่งจะเป็นตัวเริ่มของปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Immunologic reaction) ทำให้มีการปล่อยสารเคมีที่ทำให้เกิดการอักเสบออกมาหลายตัว ทำให้เกิดกระบวนการอักเสบ ( Inflammatory process) ของร่างกายเพื่อทำลายสารเคมีเหล่านี้ และทำให้เกิดพยาธิสภาพเฉพาะที่ในเนื้อปอด เช่น เกิดพังผืด (Fibrosis) ในเนื้อปอดในโรคนิวโมโคนิโอสิส ฝุ่น อนุภาคบางอย่าง ยังถูกย่อยสลายให้เล็กลงหรือละลายจนสามารถถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ เช่น ตะกั่วหรือโลหะหนักอื่นๆ นอกจากนี้ปริมาณของสารเคมีที่เข้าไปในปอดมากหรือน้อยตามปริมาตรอากาศที่หายใจ ในบริเวณที่มีอากาศร้อน หรือคนงานเหนื่อยหอบก็จะหายใจเอาสารเคมีเข้าสู่ร่างกายมากขึ้นด้วย

สารเคมีที่เข้าไปในปอดบางครั้งก็มีการขับออกไปทันทีบางส่วนโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูป บางส่วนที่เข้าไปในเลือดแต่ไม่สามารถละลายในไขมันได้ก็จะถูกขับออกเกือบหมด เช่น ก๊าซเอธิลีน ก๊าซบางอย่าง เช่น อีเธอร์ หรือคลอโรฟอร์มสามารถละลายในเลือดได้ดี ก็จะถูกขับออกช้าๆอาจใช้ระยะเวลาเป็นวันหรือเป็นเดือน

Leave a Reply