สุขภาพ

ปริศนาการนอนหลับ

30 เปอร์เซ็นต์ของเวลาทั้งวันหรือราว 8 ชั่วโมงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการนอนหลับพักผ่อน ช่วงเวลาดังกล่าวระบบชีวเคมีในร่างกายจะฟื้นฟูตัวให้เรามีสภาพพร้อมรับมือกับการดำเนินชีวิตวันต่อไป แต่ใช่ว่าเวลานอน 8 ชั่วโมงของทุกคนจะให้ผลเท่ากันหมด เพราะบางคนหลับไม่สนิทเนื่องจากฝัน ในขณะที่อีกหลายคนหลับไม่เต็มที่เพราะนอนกรน

การนอนหลับในอุดมคติ คือ สามารถหลับได้ในเวลาอันรวดเร็ว หลับลึกต่อเนื่องเป็นเวลานาน และตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น แต่วามจริงมีน้อยคนที่จะโชคดีแบบนี้ เพราะคนส่วนใหญ่มีอัตราการตื่นเฉลี่ย 2-3 ครั้งต่อคืน

การนอนหลับของคนเรานั้นมี 2 ช่วง คือ ช่วงหลับธรรมดา (Non-rapid Eye Movement Sleep : NREM) ซึ่งแบ่งย่อยได้ถึง 4 ระยะ และช่วงหลับผัน (Rapid Eye Movement Sleep : REM) รายละเอียดแต่ละช่วงมีดังนี้ค่ะ

ช่วงหลับธรรมดา

ระยะที่ 1 หรือระยะหลับตื้น เป็นระยะที่ยังหลับไม่สนิท ครึ่งหลับครึ่งตื่น

ระยะที่ 2 เป็นระยะหลับจริง มักเกิดขึ้นภายใน 10 นาทีของการหลับตื้น ช่วงนี้อุณหภูมิร่างกายจะลดลง อัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

ระยะที่ 3 และ 4 เป็นระยะหลับลึก เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายจะฟื้นฟูซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สภาพทั่วไปขณะหลับจะมีแรงดันเลือดลดลง หายใจช้าลง รวมทั้งกล้ามเนื้อทำงานน้อยลงด้วย ผู้ที่หลับในระยะนี้มักจะตื่นยาก

ช่วงหลับฝัน

การนอนหลับในระยะนี้ จัดเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายยังคงฟื้นฟูตัวเองต่อเนื่องจากช่วงที่แล้ว และเป็นระยะที่เราจะเกิดความฝัน สภาพทั่วไปขณะนี้จะมีการหายใจค่อนข้างไม่สม่ำเสมอ

การนอนหลับจะเป็นไปตามจังหวะสลับกันไปมา 4 รอบ ระหว่างหลับตื้นและหลับลึก กินเวลาเฉลี่ยรอบละราว 90 – 110 โดยแบ่งเป็นหลับตื้น 75 เปอร์เซ็นต์ และหลับลึกอีก 25 เปอร์เซ็นต์ ส่วนช่วงหลับธรรมดากับหลับฝันนั้นจะสลับกันไปมาตลอดคืนเช่นกัน โดยคิดเป็นหลับธรรมดา 75 เปอร์เซ็นต์ และหลับฝันเพียง 25 เปอร์เซ็นต์

Leave a Reply