สุขภาพ

ปัจจัยที่มีผลทำให้ประสาทหูเสื่อมหรือสูญเสียการได้ยิน

ความสามารถในการได้ยินของคนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ซึ่งกลไกการได้ยินของมนุษย์นั้นจะเริ่มตั้งแต่เมื่อคลื่นเสียงจากต้นกำเนิดผ่านหูชั้นนอก หูชั้นกลาง หูชั้นใน เข้าสู่สมองแล้วแปลผลออกมา ความผิดปกติหรือความบกพร่องของส่วนใดส่วนหนึ่งเกี่ยวกับกลไกการได้ยินจะเป็นผลให้ความสามารถในการได้ยินลดลงด้วย

ในชีวิตประจำวันเสียงที่มนุษย์ใช้จะอยู่ในช่วง 125-8,000 เฮิร์ต ส่วนความถี่เสียงที่มีความสำคัญต่อมนุษย์มากในชีวิตประจำวัน คือ ช่วงความถี่ของเสียงระดับการพูดคุย (Speech) ซึ่งอยู่ระหว่าง 500-2,000 เฮิร์ต แต่การดำเนินชีวิตในปัจจุบันเราต้องสัมผัสเสียงรบกวน (Noise) ซึ่งมีหลายความถี่ผสมกันโดยไม่มีจังหวะที่เหมาะสม เช่น เสียงเครื่องจักร เสียงยานพาหนะ เป็นต้น

เสียงรบกวนสามารถแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

1. Continuous noise คือ เสียงที่ดังติดต่อกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงความดังบ้าง เช่น เสียงเครื่องปรับอากาศ เสียงเลื่อยไฟฟ้า เสียงดนตรีดังๆ เป็นต้น

2. Transient noise คือ เสียงที่ขาดเป็นช่วง เช่น เสียงปืน เสียงโลหะกระแทกกัน เป็นต้น

ลักษณะและชนิดการเกิดประสาทหูเสื่อมเนื่องจากเสียง แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ การสูญเสียการได้ยินอย่างเฉียบพลัน (Acoustic trauma) และการสูญเสียการได้ยินแบบค่อยเป็นค่อยไป (Noise – induced hearing loss)

ปัจจัยที่มีผลต่อการสูญเสียการได้ยินจากเสียง นั้นขึ้นกับ

– ความเข้มของเสียง (Intensity)

– ลักษณะของเสียง (์Nature of Sound) ที่มากระทบหู

– ระยะเวลาที่ได้รับเสียงต่อวัน (Duration of exposure)

– ความถี่ของเสียง (Frequency) มีหน่วยเป็นเฮิร์ต เสียงที่มีความถี่สูงหรือเสียงแหลมจะทำลายประสาทหูมากกว่าเสียงที่มีความถี่ต่ำๆ

– ความไวต่อเสียงของแต่ละคน (Susceptibility) โดยหูมีความไวมากที่สุดที่ความถี่ 4,000 เฮิร์ต

นอกจากปัจจัยดังกล่าวแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีก เช่น อายุ โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบไหวเวียน โรคเบาหวาน หรือการได้รับยา สารเคมีบางอย่างก็เป็นผลให้เกิดการสูญเสียการได้ยินได้

การเกิดประสาทหูเสื่อมเนื่องจากเสียง นั้น เกิดได้ 2 แบบ คือ

1. ภาวะการเสื่อมการได้ยินที่สามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้หลังจากหยุดสัมผัสเสียงดัง (Temporary threshold shift) คือ มีอาการหูตึงร่วมกับเสียงดังในหู (Tinnitus) ทั้งหูตึงและเสียงดังในหูจะคงอยู่นานเป็นนาที หรือเป็นวัน ขึ้นอยู่กับความดังของเสียง และระยะเวลาที่สัมผัสเสียง ยิ่งดังยิ่งสัมผัสนานการกลับมาเป็นปกติก็ใช้เวลานานด้วย

2. ภาวะการเสื่อมการได้ยินที่ไม่สามารถกลับคืนสู่ระดับปกติ (Permanent threshold shift) เกิดจากเซลล์รับเสียงถูกทำลาย ภาวะหูตึงแบบนี้จะคงอยู่ตลอดไป ถึงแม้จะหยุดสัมผัสเสียงดังแล้วก็ตาม

Leave a Reply