สุขภาพ

ปัญหาทางสายตาที่มักพบในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพ

1. สายตาสั้น (Myopia) เกิดจากแสงขนานมาจากที่ไกลผ่านเข้าลูกตาแล้วไปตกก่อนถึง Ratina

2. สายตายาว (Hyperopia) เกิดจากแสงขนานมาจากที่ไกล เมื่อผ่านเข้าสู่ลูกตาแล้วจะหักรวมตัวที่จุดเลยลูกตาไปด้านหลัง ทำให้เกิดภาพที่ Ratina ไม่ชัด

3. สายตาเอียง (Astigmatism) เกิดจากแสงที่ผ่านเข้าลูกตาแล้วไม่ Focus เป็นจุดเดียวจะชัดเป็นแนวๆเนื่องจากการหักของแสงในแนวต่างไม่เท่ากันเช่น แนวราบ 180º  แนวดิ่ง 90º

4. สายตาคนสูงอายุ (Presbyopia) ในคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไป Ciliary muscle ทำงานได้ไม่เต็มที่ทำให้มองระยะใกล้ไม่ชัด อาการเริ่มแรกคือ ทำงานในระยะใกล้ในที่ที่สว่างไม่พอจะเห็นไม่ชัด ต่อมาจะทำงานระยะใกล้ไม่ได้ หรืออาจมีปัญหาในการปรับภาพเมื่อเปลี่ยนระยะมองใกล้แล้วไปมองไกลๆ ต้องอาศัยเวลานานกว่าปกติจึงจะปรับภาพได้ชัด

5. ปัญหาเนื่องจากการทำงานในระยะใกล้นานเกินไป (Accommodative disorder) การมองระยะใกล้ต้องอาศัยกล้ามเนื้อตามากว่าปกติ เมื่อใช้กล้ามเนื้อตาติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ตาเมื่อยล้า มีอาการปวดตา เมื่อยตา อยากหลับตา เห็นภาพไม่ชัดเป็นบางครั้ง

6. การทำงานของตาสองข้างไม่สัมพันธ์กัน (Binocular vision) เกิดจากจุดรวมภาพของตา  ข้างไม่ใช่จุดเดียวกัน ทำให้เกิดอาการ ตาเข (Strabismus) ซึ่งถ้าเป็นนานๆจะแก้ไขยาก ในภาวะปกติตาสองข้างจะอยู่ตรงกลางไม่เขเข้าในหรือออกนอกในกรณีเกิดตาเข คนเหล่านี้จะไม่สามารถมองภาพสามมิติได้ อาจพบตาเขแบบซ่อนเร้น โดยจะมีอาการทางตา หรือปวดศีรษะได้ง่ายกว่าคนปกติเมื่อทำงาน อาการตาเขเกิดได้ 2 ลักษณะคือ Exphoria (ตาเขออก) หรอภาวะที่แนวภาพเบนออกนอกแกน และ Esophoria (ตาเขเข้า) คือภาวะที่แนวแกนภาพหันเหเข้าหาแกน

7. ตาบอดสี ตาบอดสีเป็นโรคทางกรรมพันธุ์ พบในเพศชายประมาณร้อยละ 8 เพศหญิงประมาณร้อยละ 0.4 ผู้ที่ตาบอดสีจะไม่สามารถแยกสีแดง ส้ม เหลือง เขียว ออกจากกัน ตาบอดสีมีหลายชนิด ชนิดที่เป็นไม่มากจะพอบอกสีได้ กับชนิดที่เป็นมากจะไม่สามารถแยกสีได้เลย

8. ปัญหาอันเนื่องมาจากการใช้คอมพิวเตอร์ (Vision display terminal syndrome) ปัจจุบันคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก การใช้คอมพิวเตอร์นานๆ อาจมีผลต่อตาดังนี้ คือ ภาวะ Eye strain แสงกระพริบจากจอภาพ ทำให้เกิดแสงรบกวนในตา ทั้งที่เกิดจากแสงสะท้อน และแสงกระพริบ, กระจกตาแห้ง เป็นต้น

Leave a Reply