ข่าว

ผลการวิจัยพบว่าเด็กที่ชอบกินขนมหวานมากโตขึ้นจะชอบใช้ความรุนแรง

จากงานศึกษาของมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ เวลส์ เกี่ยวกับโภชนาการในวัยเด็กที่มีผลต่อความรุนแรงในวัยผู้ใหญ่ โดยได้ทำการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 17,500 คน พบว่า เด็กที่ชอบกินขนมหวานทุกวัน มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ที่ชอบใช้ความรุนแรง โดยนักวิจัยคาร์ดิฟฟ์พบว่า 69% ของผู้ที่มีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรงชอบกินขนมหวานทุกวันเมื่อตอนเป็นเด็ก เทียบกับอีก 42% ที่ไม่นิยมใช้ความรุนแรง แม้ว่าการวิจัยครั้งนี้จะได้ตัดปัจจัยสำคัญอื่นๆ เช่น สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย พฤติกรรมของคนในครอบครัวรวมทั้งพ่อ แม่ การได้รับการศึกษา เป็นต้น แต่ก็ยังพบว่าการกินขนมหวานทุกวันในวัยเด็กยังมีผลต่อการใช้ความรุนแรงอยู่ โดยเชื่อว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้ไม่ได้เรียนรู้ที่จะรอในสิ่งที่ต้องการได้รับ จึงเกิดพฤติกรรมความรุนแรงขึ้น

แต่ทว่าก็มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องเยาวชนแย้งว่า เด็กอาจจะมีปัญหาอยู่แล้ว และบังเอิญได้กินขนมหวานมากกว่าปกติ ไม่ใช่ขนมหวานที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรง  และศาสตราจารย์อลัน มารียง-เดวิส ประธานยูเค ฟากูลตี้ ออฟ พับลิก เฮลท์ ก็กล่าวเสริมอีกว่า บางทีเด็กที่มีปัญหา ก้าวร้าว เอาแต่ใจอยู่แล้ว มักจะได้รับขนมหวานเพื่อเป็นการเอาใจ ให้สงบลง จึงเป็นเหตุผลที่เด็กได้กินขนมหวานมากเกินไป และยังมีจูเลียน ฮันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของฟูด แอนด์ ดริงก์ เฟเดอเรชัน (เอฟดีเอฟ) ที่เห็นว่าการวิจัยครั้งนี้ไม่ถูกต้อง พฤติกรรมการใช้ความรุนแรงน่าจะมาจาก ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่เด็กอาศัยอยู่ ไม่เกี่ยวกับขนมหวานเลย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การให้ความสนใจในการปรับปรุงโภชนาการของเด็กก็ส่งสามารถส่งผลดีต่อสุขภาพได้ และถ้าการวิจัยนี้ถูกต้องการควบคุมโภชนาการก็ยังอาจช่วยลดความก้าวร้าวรุนแรงได้อีกด้วยและที่สำคัญไม่เป็นโรคอ้วนตามมา ซึ่งก็มีแต่ผลดีต่อเด็กทั้งสิ้น

Leave a Reply