การท่องเที่ยว

วัดโคกสมานคุณ (พระอารามหลวง) จังหวัดสงขลา

วัดโคกสมานคุณ เป็นวัดที่มีความสำคัญมากวัดหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายในวัดมีมณฑปหลวงพ่อปาน (พระอุปัชฌาย์ปาน ปุญญมณี) ผู้เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในท้องถิ่นในฐานะ “พระเกจิอาจารย์ที่มีความ ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง” เล่าลือกันว่าใครมาจุดธูปเทียนอธิษฐานขอให้ท่านช่วยมักได้ตามประสงค์ ปัจจุบันวัดโคกสมานคุณ นอกจากจะมีบทบาทเป็นศาสนสถานแล้วยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดสงขลาด้วย

วัดโคกสมานคุณ

วัดโคกสมานคุณ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 1 ถนนช็อคสมาน ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เดิมวัดนี้เรียกว่า วัดโคกเสม็ดชุน ตามรักสนะภูมิประเทศที่ตั้งของวัด ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นสมัยใด ในสมัยรัชกาลที่ 5 สภาพวัดเป็นวัดร้าง มีพัทธสีมาทำด้วยไม้แก่นปักอยู่ จนเมื่อ พ.ศ. 2465 เป็นช่วงเวลาที่กรมรถไฟได้ย้ายสถานีชุมทางอู่ตะเภา มาตั้งอยู่ที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ พระอุปัชฌาย์ปาน (ปุญญมณี) วัดคลองเรียน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้เห็นความลำบากของพระภิกษุสงฆ์ที่โดยสารรถไฟมาถึงชุมทางหาดใหญ่ยามค่ำคืนแล้วไม่มีที่จำวัด ต้องเดินทางไปจำวัดที่วัดคลองเรียนบ้าง วัดคลองแหบ้าง ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟหลาย กิโลเมตร พระอุปัชฌาย์ปาน จึงดำริที่จะสร้างที่พักสงฆ์ขึ้นในบริเวณวัดร้างดังกล่าว เมื่อได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะจังหวัดสงขลา (ในขณะนั้นคือพระราชเมธี : จู อิสสรญาโน วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร ภายหลังได้เลื่อนสมณสักเป็นพระรัตนมุนี) ท่านจึงได้ทุนขอพระราชทานที่ดินวัดร้างจากสมเด็จฯ กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ อุปราชปักษ์ใต้ (พ.ศ. 2458-2468) และได้รับที่ดินจากราชพัสดุเป็นเนื้อที่ประมาณ 27 ไร่เศษ พระอุปัชฌาย์ปาน ได้ชักชวนศรัทธาชาวบ้านได้ตำบลโดยรอบ ร่วมมือกันปลูกศาลาหลังหนึ่งขึ้น เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2466 พร้อมตั้งชื่อวัดที่สร้างขึ้นนี้ว่า “วัดโคกสมานคุณ” พระอุปัชฌาย์ปานมาจำพรรษาที่วัดนี้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก

วัดโคกสมานคุณ2

ต่อมาวัดโคกสมานคุณเจริญขึ้นเป็นลำดับ มีพระภิกษุสามเณ
รจำพรรษาอยู่มิได้ขาด ในสมัยที่พระอรรถโมลี (กลิ่น ฐีตคนโธ ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชรัตนดิลก) เป็นเจ้าอาวาสแทน ได้กราบบังคมทูลอัญเชิญพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ มายกช่อฟ้าวัดโคกสมานคุณ โดยหมายกำหนดการทางสำนักพระราชวังกำหนดวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2520 แต่บังเอิญมีเหตุร้ายขึ้นก่อน ทางสำนักพระราชวังจึงได้งดภารกิจต่างๆและเลื่อนกำหนดการเสด็จฯ ไปทรงยกช่อฟ้าที่วัดโคกสมานคุณในวันดังกล่าวด้วย การเลื่อนกำหนดการของสำนักพระราชวังได้แจ้งให้ทางวัดทราบกระทันหัน ซึ่งทางวัดได้เตรียมการรับเสด็จไว้แล้ว พอดีประจวบเหมาะกับมีผึ้งหลวงได้มาทำรังบริเวณหน้าอุโบสถไว้ล่วงหน้าถึง 3 รัง ซึ่งผึ้งหลวงมาทำรังในสถานที่พระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จฯ นั้นถือว่าเป็นศุภนิมิตที่ดี ในคืนวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2520 พระราชรัตนดิลกเจ้าอาวาสวัดโคกสมานคุณจึงอาศัยศุภนิมิตดังกล่าวเขียนฎีกาถวายรัชกาลที่ 9 มีความว่า
ที่หน้าบ้านเพิ่งหลวงมาล่วงหน้า

รอมหาบพิตรนฤศร
ถึงสามรวงเหมือนหมายถวายพร
โบราณวอนวันสรุปศุภมงคล
พระทรงยกช่อฟ้ากรุณาโปรด
ชุบชูโบสถ์เฉิดโฉมโพยมหน
ขอพระบารมีเรื้องอยู่เบื้องบน
ประชาชนรอกราบบาทบงสุ์

ท่านพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงอ่านในฎีกานั้นแล้ว ได้มีพระราชดำรัสกับราชเลขา “เค้าเชิญเราแผลงๆ แต่ซึ้งดี ไป” และในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2520 พระองค์พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระเจ้าลูกเธอทั้ง 2 พระองค์ ได้เสด็จฯ มายกช่อฟ้าตามหมายกำหนดการเดิม ในการเสด็จฯ ครั้งนั้น พระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อบำรุงวัด เมื่อสองประเคนใบปวารณา ได้มีพระราชดำรัสว่า “บำรุงวัดหลวง” โดยที่วัดโคกสมานคุณเป็นวัดราษฎร์ เมื่อทรงมีพระราชดำรัสเช่นนั้นจึงเป็นการยกฐานะของวัดขึ้นเป็น “พระอารามหลวง” ใน พ.ศ. 2520 ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้สันนิษฐานว่า พระราชรัตนดิลกเป็นผู้ขอพระราชทานวัดโคกสมานคุณเป็นวัดหลวงในครั้งนั้น