สุขภาพ

วิธีการกำจัดขน(กึ่ง)ถาวร และข้อดีข้อเสียของการกำจัดขน

1.  การโกนโดยใช้มีดโกน

วิธีนี้ใช้กับบริเวณใบหน้า หน้าแข้ง รักแร้ หลายคนเชื่อว่า การโกนขนยิ่งจะทำให้ขนขึ้นมาก ดกดำ และแข็งกว่าเดิม ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด ทั้งนี้เพราะเส้นขนที่เพิ่งขึ้นใหม่เวลาลูบจะสากมือ ทำให้เข้าใจว่าขนเส้นโตขึ้น ข้อเสียของวิธีนี้ คือ ต้องโกนซ้ำบ่อยๆ และถ้าใช้ใบมีดที่ไม่คมจะทำให้ผิวระคายเคืองได้

2.  การฟอกสีขนให้จางลง

วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและเสียค่าใช้จ่ายไม่แพง เหมาะสำหรับขนที่อยู่เหนือริมฝีปาก และข้างแก้ม ข้อดีคือ ไม่เจ็บ ไม่มีอันตราย แต่ก็ยังมีขนเหลืออยู่ เพียงแต่สีจางลงเท่านั้น

3.  การใช้สารเคมีที่เรียกว่า เคมิคัลดีพิเลทอรี่ (chemical depilatories)

วิธีนี้ต้องใช้ครีมให้ถูกตำแหน่ง ห้ามใช้ครีมกำจัดขนที่ขามาทาที่ใบหน้า เพราะตัวยาจะแรงเกินไป วิธีนี้อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ ควรอ่านคู่มือการใช้ให้ละเอียดก่อน

4.  การกำจัดขนด้วยขี้ผึ้ง (Waxing)

เป็นการกระตุกดึงเส้นขนออกทั้งราก ตำแหน่งที่ถูกกำจัดด้วยขี้ผึ้งจะค่อยๆ มีเส้นขนขึ้นใหม่ราว 3 สัปดาห์ วิธีนี้มีข้อเสีย คือ ค่อนข้างเจ็บ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเส้นขนค่อนข้างยาว และมองเห็นได้ชัดเจน เมื่อจะมีเส้นขนใหม่งอกออกมา บางเส้นอาจไม่งอกตามรูขุมขนเดิม ทำให้เกิดเป็นตุ่มหนองอักเสบ จากการเกิดตุ่มขนคุด ปกตินิยมใช้วิธีนี้กับขนบริเวณขา ขนรักแร้ และบริเวณหัวหน่าวด้านข้าง แต่ก็ใช้กับเส้นขนที่ใบหน้าและแขนได้

หากจะทำซ้ำด้วยวิธีนี้ก็ต้องรอให้ขนงอกใหม่ขึ้นมายาวพอควร ถึงจะถอนได้ และหลังจากถอนขนด้วยขี้ผึ้ง ไม่ควรถูกแดดเป็นเวลา 2-3 วัน เพราะอาจทำให้ผิวด่างดำได้ การใช้ขี้ผึ้งถอนขนต้องทำด้วยความชำนาญและระมัดระวัง

5.  การใช้เส้นด้ายถอนขน (threadind)

เส้นด้ายที่ใช้ถอนขนทำจากฝ้ายนำมาพันที่นิ้ว ทำให้สามารถถอนเส้นขนและรากออกได้ หลังจากถอนขนด้วยวิธีนี้จะกินเวลา 3-4 สัปดาห์ จึงจะเริ่มมีขนงอกขึ้นใหม่ ข้อดีของวิธีนี้คือ สามารถค่อยๆทำทีละเล็กละน้อยไม่เจ็บปวดมากนัก ขนจะถูกถอนออกหมดจดไม่ค่อยหักกลาง และไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาทาผิวหนังจึงเป็นการลดการแพ้ลงได้ วิธีนี้เหมาะกับผิวหนังที่อ่อนบาง เช่น ผิวหน้า และขนอ่อนที่แขน

6.  การกำจัดขนโดยการถอนออก

สามารถใช้กับขนที่ขึ้นกระจายตามใบหน้า แต่ถ้าขนดกมากวิธีนี้จะไม่เหมาะ วิธีนี้อาจทำให้เจ็บปวดได้ หลังถอนขนแล้วขนจะงอกใหม่ต้องถอนซ้ำใน 2-12 สัปดาห์

7.  การกำจัดขนด้วยเทคนิคใช้พลังงานของแสงแทนความร้อน

การกำจัดขนบริเวณที่ต้องการ ด้วยพลังงานของคลื่น 400-1200 นาโนเมตร ซึ่งพลังงานของแสงที่ปล่อยออกมานั้นจะไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังรอบบริเวณนั้น แต่จะทำลายเส้นขน เพราะพลังงานนี้จะถูกดูดซับด้วยเม็ดสีเมลานินของเส้นขน และความร้อนจะถูกส่งผ่านไปยังต่อมขนใต้ผิวหนังลงไป ทำให้ขนบริเวณนั้นหลุดทันที และหยุดยั้งหรือชะลอการขึ้นของเส้นขนครั้งต่อไป

การใช้เครื่องมือนี้ค่อนข้างสะดวก และปลอดภัย ใช้เวลารักษาไม่นาน เพราะแต่ละครั้งที่ฉายแสงจะกำจัดขนได้ในพื้นที่ 5.5 x 2.2 ตารางเซนติเมตร จึงทำให้ใช้เวลาในการกำจัดขนเร็วกว่าวิธีอื่น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กินยากลุ่มวิตามินเอจะใช้วิธีนี้ไม่ได้

8.  การกำจัดขนโดยเลเซอร์

มีเลเซอร์หลายชนิดที่ใช้กำจัดขนได้ เช่น Alexan drite long pulse lkaser, diode laser ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีสีผิวค่อนข้างอ่อน และ Nd:YAG long pulse laser สำหรับผู้ที่มีผิวเข้ม การใช้เลเซอร์กำจัดขนอาจทำให้ผิวไหม้ ผิวเป็นรอยด่างขาวได้ ในการทำช่วงแรก ต้องทำ 6-8 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 6-10 สัปดาห์ ต่อไปอาจต้องมาทำเพิ่ม 1-2 ครั้งต่อปี

9.  การกำจัดขนโดยแสง IPL, การขจัดขนโดยคลื่นวิทยุ (radiofrequency), การขจัดขนโดยใช้แสง IPL ร่วมกับคลื่นวิทยุ (ELOS technic)

การกำจัดขนทุกวิธีที่กล่าวมา ไม่มีวิธีใดที่ได้ผลถาวร (คือไม่ขึ้นแน่นอนตลอดชีวิต) โดยทั่วไปแล้วการกำจัดขนจะปลอดภัย ไม่ทำให้เป็นมะเร็งผิวหนัง แต่อาจมีการระคายเคือง เจ็บ เกิดรอยด่าง เกิดการกำเริบของโรคเริมได้ มักต้องใช้เวลาหลายครั้ง และเสียค่าใช้จ่ายสูง

Leave a Reply