บ้านและสวน

วิธีการขยายพันธุ์พืชโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

การเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเป็นการนำเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะ เนื้อเยื่อ เซลล์ แม้กระทั่งโพรโทพลาสต์ (โพรโทพลาสซึมที่มีเยื่อหุ้มเซลล์แต่ปราศจากผนังเซลล์ห่อหุ้ม) มาเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ ชิ้นส่วนของพืชที่นำมาเลี้ยงเหล่านี้จะเจริญๆไปเป็น ต้น ราก หรือเจริญเป็นแคลลัส (callus) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเซลล์พาเรงคิมา กลุ่มเซลล์นี้จะเจริญต่อเนื่องจนได้แคลลัสขนาดใหญ่ ที่สามารถชักนำให้เปลี่ยนแปลงไปเป็น ต้น หรือราก ได้ ระยะนี้อาจแบ่งเพิ่มจำนวนได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยแยกไปเลี้ยงในอาหารใหม่

หลักการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

ในการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชจะต้องนำชิ้นส่วนของพืชมาเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ ซึ่งประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อพืช แร่ธาตุเหล่านี้จะเป็นองค์ประกอบของโครงสร้างของเซลล์ ผนังเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ โครโมโซม คลอโรพลาสต์ ฯลฯ หรือเป็นองค์ประกอบของสารเคมีที่จะเป็นต่อกระบวนการเมแทบอลิซึม เช่น เอนไซม์ ฮอร์โมน กรดอะมิโน ฯลฯ นอกจากนี้ในอาหารสงเคราะห์ จะต้องมีแหล่งที่ให้พลังงานแก่เซลล์ ได้แก่ พวกน้ำตาลต่างๆ และยังมีวิตามิน สารควบคุมการเจริญเติบโตอื่นๆ เช่น ออกซิน และไซโตไคนิน สารเหล่านี้จะทำให้เนื้อเยื่อเจริญได้ดี ทำให้เกิดการแบ่งเซลล์ ขยายขนาดของเซลล์ และเปลี่ยนรูปร่างของเซลล์ไปทำหน้าที่เฉพาะอย่าง

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ก็คือ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และสภาพที่เลี้ยงต้องปราศจากจุลินทรีย์ ทุกขั้นตอนของการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชจะต้องไม่ให้จุลินทรีย์ใดๆ ปนเปื้อนในอาหารหรือในชิ้นส่วนที่ทำการเลี้ยง ซึ่งจะทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย หรือไม่เจริญเติบโต สภาพแวดล้อมในการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช โดยทั่วไปแล้ว อุณหภูมิควรจะอยู่ระหว่าง 23-28 องศาเซลเซียส แสงที่ให้แก่เนื้อเยื่อควรมีความสว่างอยู่ในช่วง 1,000-2,000 ลักซ์ อย่างไรก็ตามความต้องการแสงขึ้นอยู่กับชนิด และระยะการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ

ขั้นตอนในการเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชมีดังนี้

1. นำชิ้นส่วนของพืชมาตัดแบ่งและนำไปฟอกฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ผิวของพืช แล้วนำมาเลี้ยงในขวดอาหารตามสูตรที่เหมาะสมแล้วแต่ชนิดของพืช จนได้แคลลัสหรือต้นที่ปลอดเชื้อ

2. ตัดแบ่งแคลลัสออกเป็นชิ้น เพื่อเป็นการเพิ่มจำนวน หรือถาเจริญเป็นต้นแล้วจะมีมากกว่า 1 ต้น ก็แยกออกไปเลี้ยงในอาหารใหม่ทุกหนึ่งเดือน เพื่อเพิ่มจำนนวนไปเรื่อยๆ ตามจำนวนที่ต้องการ

3. เมื่อได้ต้นที่มากพอแล้วก็ชักนำให้งอกราก และเมื่อเจริญเป็นต้นที่แข็งแรงดีแล้วจึงนำออกมาจากขวดปลูกลงดิน

Leave a Reply