สิ่งแวดล้อม

วิธีการต่างๆที่ใช้ในการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

1.  ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ (Ad hoc Committee Approach) เป็นการเชิญผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ มาร่วมพิจารณาเพื่อประเมินผลกระทบของโครงการนั้น ซึ่งจะได้ข้อมูลแนวความคิดผลกระทบที่เป็นไปได้อย่างกว้างขวาง แต่วิธีนี้มีข้อเสีย เช่น การสรุปไม่แน่นอนว่าจะรวมผลกระทบที่สำคัญได้ทั้งหมด การกำหนดเกณฑ์หรือข้อกำหนดที่แตกต่างกันในกลุ่ม ทำให้การวิเคราะห์นั้นขาดความหนักแน่น ไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากบางครั้งพยายามที่จะแจกแจงรายละเอียดสำหรับการประเมินผลกระทบแต่ละหัวข้อมากเกินไป

2.  การใช้แผนภาพเชิงซ้อน (Overlays) เป็นการใช้แผ่นโปร่งใสแสดงคุณลักษณะสิ่งแวดล้อมต่างๆที่อยู่ภายในเขตอิทธิพลของที่ตั้งโครงการ โดยให้น้ำหนักของสีต่างกัน พื้นที่ที่จะให้สีเข้มในแต่ละแผ่นจะเป็นคุณลักษณะสิ่งแวดล้อมต่างกัน หรือแยกประเภททรัพยากรแต่ละชนิดไว้ในแต่ละแผ่น แล้วนำมาพิจารณาหลายเรื่องโดยการวางซ้อนกัน การวิเคราะห์ผลกระทบด้วยวิธีนี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับการเลือกที่ตั้งโครงการ เช่น เส้นทางขนส่ง เป็นต้น เพื่อแจกแจงผลกระทบกว้างๆ อย่างไรก็ตามจะใช้วิธีนี้ได้ต่อเมื่อมีข้อมูลพื้นฐานอย่างเพียงพอ ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic Information System, GIS) ซึ่งประยุกต์มาจากวิธีนี้

3.  การเช็ครายการ (Checklist) วิธีนี้นำการกำหนดค่าตัวแปรของสิ่งแวดล้อมมาใช้เพื่อตรวจสอบผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดจากโครงการ โดยแยกว่าเป็นผลกระทบที่มีผลเสียหรือผลดี ผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะสั้นๆ หรือในระยะยาว เป็นผลกระทบที่แก้ไขให้กลับคืนมาได้หรือไม่ได้ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นเกิดเป็นบริเวณ หรือมีการแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง

4.  การใช้เมตริกซ์ (Matrices) เป็นวิธรการวิเคราะห์ผลกระทบที่ได้ผลและรวดเร็ว โดยการทำตารางขึ้น ด้านซ้ายเป็นตัวแปรทรัพยากรสิ่งแวดล้อมต่างๆ ส่วนด้านขวาเป็นกิจกรรมของโครงการ การวัดขนาดของผลกระทบกระทำได้โดย ดูผลที่เกี่ยวเนื่องระหว่างกิจกรรมและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป็นตัวเลข เช่น 1-5 โดย 1=เป็นผลกระทบน้อย(มีความสำคัญต่ำ) และ5=เป็นผลกระทบสูง(มีความสำคัญสูง)

5.  การวิเคราะห์แบบสายใยเชื่อมโยงความสัมพันธ์กัน วิธีนี้อาศัยการรวมกิจกรรมต่างๆของโครงการเพื่อสร้างเป็นแผนผังติดต่อกันแสดงสาเหตุของสภาวะแวดล้อมและผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยตรงและโดยอ้อมของโครงการ นิยมใช้กับโครงการขนาดเล็กที่มีผลกระทบไม่ซับซ้อน การแสดงสายใยความสัมพันธ์มักแสดงในรูปของต้นไม้มีสาขาแตกแขนง จึงเรียกว่า ต้นไม้แห่งผลกระทบ (Impact tree)

Leave a Reply