บันเทิง

วิธีการเลือกชนิดผ้าไทยในการตัดชุด

การที่จะนำผ้าไทยมาใช้ตัดเย็บเป็นชุดเสื้อผ้าให้สวยงาม ควรรู้จักการเลือกชนิดผ้าไทยให้เหมาะสม โดยควรคำนึงถึงโอกาสที่ใช้ในงานเป็นสำคัญ เพราะชุดต่างๆ เช่น ชุดลำลอง ชุดทำงาน ชุดราตรีสั้น ชุดราตรียาว และชุดแต่งงาน ย่อมมีจุดประสงค์ในการสวมใส่แตกต่างกัน ซึ่งมีหลักในการเลือกผ้า ดังนี้ชุดผ้าไทย

ชุดลำลอง  ควรเลือกผ้าไทยที่เป็นเนื้อผ้าฝ้าย เช่น ผ้าซิ่นต่ำอ้วน ผ้าซิ่นตาหมู่ ผ้ามัดหมี่ฝ้าย และผ้าชิดฝ้าย เป็นต้น ซึ่งผ้าประเภทที่กล่าวมาจะเหมาะสมกับการใช้สอย ในชีวิตประจำวัน และราคาไม่สูงนัก ในบางโอกาสอาจใช้ชุดลำลองเป็นผ้าไหมก็ได้ ขึ้นอยู่กับแบบ ลวดลาย สี และการตัดเย็บ

ชุดทำงาน ควรเลือกชนิดผ้าไทยให้เหมาะสมกับลักษณะอาชีพ และโอกาสในการสวมใส่ สุภาพบุรุษสามารถเลือกใช้เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้าย หรือผ้าไหม เนคไทผ้าไหม เสื้อซาฟารี เสื้อพระราชทาน ที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมพื้น ผ้าขิด ผ้าแพรวา หรือผ้าจก ส่วนสุภาพสตรี สามารถเลือกผ้าได้เกือบทุกชนิด เช่น ผ้ามัดหมี่ ผ้าขิด ผ้าจก ผ้าลายน้ำไหล ผ้ายกมุกของภาคเหลือ ผ้ายกดอกของภาคใต้ เป็นต้น

ชุดราตรีสั้น และชุดราตรียาว  สำหรับไปงานเลี้ยงกลางคืนนั้น ควรเลือกใช้ผ้าไหมที่ทอเหลือบสี ซึ่งจะสะท้อนแสงไฟ และดูแวววาว หรือจะเลือกใช้ผ้าในท้องถิ่นก็ได้ แต่ไม่ควรนำผ้าที่ทอสวยงามเป็นลวดลายอยู่แล้วมาฉลุลวดลาย หากต้องการตกแต่งเพิ่มเติมควรปักทับ หรือปักลูกปัดเพิ่มแต่พองามตามลายผ้า ไม่ควรปักจนเต็มเพราะจะมองไม่เห็นความสวยงามของเนื้อผ้า หากต้องการความแวววาวเป็นพิเศษ ควรเลือกผ้าที่แทรกเส้นเงินเส้นทอง เช่น ผ้ายกเงิน ผ้ายกทอง ผ้าจกดิ้นทอง ผ้าลายน้ำไหลสอดดิ้นเงิน ผ้าลายน้ำไหลสอดดิ้นทอง และผ้ามัดหมี่จกดิ้นเงิน-ทองเป็นต้น

ชุดแต่งงาน  สำหรับเจ้าสาวที่ใช้ชุดไทยพระราชนิยม ควรเลือกใช้ผ้ายกเงิน ผ้ายกทอง ซึ่งทอเพื่อใช้ตัดชุดไทยพระราชนิยมโดยเฉพาะ ส่วนชุดเจ้าสาวแบบสากล ควรใช้ผ้าไหมพื้นสีอ่อนๆ เช่น สีขาว สีครีม สีชมพูอ่อน และสีส้มอ่อน เจ้าบ่าวที่ใช้ชุดไทยพระราชนิยม ก็ควรนุ่งโจงกระเบนผ้าม่วงไหม ส่วนชุดสากลก็ควรใช้ผ้าไหมตัดชุดสูท

นอกจากนี้อาจใช้ชุดแต่งงานประจำท้องถิ่น แต่ออกแบบให้ถูกต้องตามประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นๆ หากมีการประยุกต์บ้างก็ไม่ควรตกแต่งดัดแปลงจนเกินงาม