สิ่งแวดล้อม

วิธีที่นิยมในการบำบัดน้ำเสียที่มีสารปรอทปนเปื้อน

ปรอท (Mercury) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ในการผลิตสารฆ่าแมลงหรือสารอนินทรีย์เคมีต่างๆ ส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตถ่านไฟฉาย ปรอทเป็นโลหะที่เป็นของเหลวระเหยง่ายสามารถละลายได้ในกรดไนตริก (HNO3) แต่ไม่ละลายในกรดไฮโดรคลอริก (HCl) นอกจากนี้ปรอทยังเป็นโลหะผสม (Amalgum) กับทองคำ เงิน ทองแดง สังกะสี แคดเมียม และอื่นๆ จากสมบัตินี้จึงทำให้ปรอทมีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งสารพิษที่เกิดจากปรอทสามารถสะสมในร่างกายของสิ่งมีชีวิตได้ดี ทำให้เกิดโรคมินามาตะ (Mina Mata Disease) วิธีที่นิยมใช้ในการกำจัดปรอทมีหลายวิธี

  1. การตกตะกอนให้อยู่ในรูปสารประกอบซัลไฟด์ ไอออนของโลหะหนักจะทำปฏิกิริยากับไอออนของซัลไฟด์ได้เป็นเกลือที่ไม่ละลายน้ำ
  2. การดูดซับด้วยแอกติเวเต็ดคาร์บอน อาจใช้หลังจากที่มีการบำบัดด้วยการตกตะกอนแล้ว ก็คือก่อนอื่นควรมีการกำจัดสารแขวนลอยหรืออนุภาคคอลลอยด์ของสารประกอบปรอทไม่ละลายน้ำจากนั้นปรับค่าพีเอชเป็น 2-6 จากนั้นเติมคลอรีนที่ทำให้อยู่ในสภาพออกซิเดชัน เพื่อทำให้ปรอทที่อยู่ในรูปคอลลอยด์นั้นกลายเป็นไอออน จึงจะทำการดูดซับได้ดีกว่า
  3. การบำบัดน้ำเสียซึ่งมีสารประกอบอินทรีย์ของปรอท (Organic Mercury) ได้มีการศึกษาในหลายวิธี เช่น วิธีการดูดซับ การรีดักชัน และการออกซิเดชัน ซึ่งวิธีออกซิเดชันนับว่าเป็นวิธีที่สมบูรณ์และได้ผลดี คือให้สารอินทรีย์ของปรอทอยู่ในรูปของคลอไรด์ โดนใช้คลอรีน จากนั้นจึงใช้วิธีการตกตะกอนให้อยู่ในรูปของสารประกอบซัลไฟด์ ส่วนการบำบัดน้ำเสียที่มีสารประกอบอนินทรีย์ของปรอท (Inorganic Mercury) นิยมใช้สารจับโลหะหนักพวกซัลเฟอร์ วิธีการดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์ วิธีการแลกเปลี่ยนไอออน และวิธีออกซิเดชัน-รีดักชัน

Leave a Reply