การท่องเที่ยว

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา หรือศาลหลักเมืองสงขลา

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา หรือศาลหลักเมืองสงขลามีลักษณะเป็นอาคารรูปทรงสถาปัตยกรรมแบบเก๋งจีน จำนวน 3 หลัง ตั้งอยู่ที่ถนนนางงาม ตำบลบ่อยางอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

ศาลหลักเมืองสงขลา

สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองสงขลาใหม่ที่ฝั่งบ่อยางซึ่งแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2385 พระบาทสมเด็จพระพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) เจ้าเมืองสงขลาจัดการฟังหลักชัยเมืองสงขลา ทรงพระราชทานไม้ชัยพฤกษ์หลักไชย ต้นหนึ่ง กับเทียนชัยเล่มหนึ่ง และโปรดเกล้าฯ ให้พระอุดมปิฎกออกไปเป็นประธานด้านพุทธพิธี พร้อมด้วยพระเถระฐานานุกรมเปรียญ 8 รูป และให้พระราชครูอัษฎาอาจารย์ เป็นประธานฝ่ายพิธีพราหมณ์พร้อมด้วยพราหมณ์ 8 นาย

งานฝังหลักชัยครั้งนี้ พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) ได้จัดทำพิธีใหญ่ขึ้นกลางเมืองสงขลาโดยตั้งโรงพิธีสี่ทิศ ในวันประกอบพิธีได้จัดขบวนแห่หลักไม้ ชัยพฤกษ์กับเทียนชัยเป็นขบวนใหญ่มีทั้งชาวไทยและชาวจีนเข้าร่วมในขบวนพิธี โดยอัญเชิญหลักไม้ ชัยพฤกษ์ไว้ที่ใจกลางเมืองสงขลา ซึ่งเรียกว่า “หลักเมือง” ขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2385

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา

ภายหลังการฝังหลักเมืองแล้ว พระยาสงขลาได้จัดการสมโภชหลักเมืองอย่างยิ่งใหญ่ ในงานมีมหรสพฉลอง เช่น ละครหรือโขนร้อง งิ้ว ละครชาตรี (โนรา) พร้อมพิธีทางพระพุทธศาสนา ต่อมาจึงได้สร้างตึกคร่อมหลักเมืองไว้ 3 หลัง และศาลเจ้าเสื้อเมืองอีก 1 หลัง ศาลจ้าวพระหลักเมืองสงขลาจึงเป็นที่ประดิษฐานหลักเมือง (ตามคติไทย) และเจ้าพ่อหลักเมือง (เซ่ง ห๋อง เหล่า เอี้ย) ซึ่งเป็นเทพคุ้มครองเมือง (ตามคติจีน) ทำให้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา เป็นที่รวมความศรัทธาของชาวจีนและชาวไทยไว้ในศาลเดียวกัน

อนึ่งในพ.ศ. 2460 หลักเมืองสงขลาเกิดการชำรุด พ่อค้าและประชาชนชาวสงขลาได้ร่วมมือกันทำเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ และวางเสาหลักเมืองใหม่ในวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2460 ต่อมากรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนศาลเจ้าหลักเมืองเป็นโบราณสถาน เมื่อ พ.ศ. 2478 เสาหลักเมืองนี้จึงอยู่คู่เมืองสงขลา และเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองสงขลาตราบจนทุกวันนี้

ที่มา : สงขลา : เมืองสองเล เสน่ห์วัฒนธรรม หนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ