สุขภาพ

สารพิษสามารถเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดความเป็นพิษโดยแบ่งตามการได้รับสารพิษได้เป็น 4 แบบ

เมื่อได้รับสารเคมี หรือสารพิษ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดพิษเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นทางปาก ทางระบบทางเดินหายใจ หรือทางผิวหนัง ย่อมทำให้เกิดความเป็นพิษได้แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่สำคัญ คือ ขนาดหรือปริมาณของสารและความถี่ของสารที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งอาจเกิดพิษทันที หรือเกิดพิษล่าช้าก็ได้ หรือ อาจเกิดเฉพาะที่หรือทั่ร่างกายก็ได้

โดยนักพิษวิทยาก็ได้แบ่งการได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายออกเป็น 4 วิธี คือ

1. การได้รับสารพิษแบบเฉียบพลัน (Acute exposure) หมายถึง การได้รับสารพิษในปริมาณมาก ในระยะเวลาน้อยกว่า 24 ชั่วโมง ส่วนใหญ่จะเป็นการฉีดเข้าช่องท้อง ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง การกิน หรือทาที่ผิวหนังโดยตรง เป็นต้น

2. การได้รับสารพิษกึ่งเฉียบพลัน (Subacute exposure) หมายถึง การได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายในปริมาณน้อยติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน หรือน้อยกว่า

3. การได้รับสารพิษกึ่งเรื้อรัง (Subchonic exposure) หมายถึง การได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายในปริมาณน้อยติดต่อกันเป็นเวลานาน 1-3 เดือน

4. การได้รับสารพิษแบบเรื้อรัง (Chonic exposure) หมายถึง การได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายในปริมาณน้อยติดต่อกันเกิน 3 เดือนขึ้นไป

โดยทั่วไปการได้รับสารพิษแบบเฉียบพลันจะทำให้เกิดพิษแบบเฉียนพลันทันทีถ้าสารพิษนั้นถูกดูดซึมอย่างรวดเร็ว แต่ในบางกรณีอาจเกิดตามมาภายหลังได้ซึ่งลักษณะการเกิดพิษจะคล้ายกับการเกิดพิษเรื้อรัง ในทางตรงกันข้ามการได้รับสารพิษแบบเรื้อรังก็อาจทำให้เกิดพิษแบบเฉียบพลันได้ถ้าสารพิษมีปริมาณสูงพอจะทำให้เิกิดพิษ

ความถี่ของการได้รับสารพิษและปริมาณที่ได้รับแต่ละครั้งอาจมีผลต่อการเกิดพิษในร่างกายได้ โดยทั่วไปการได้รับสารพิษในปริมาณรวมเท่ากับสารพิษที่ก่อให้เกิดพิษ แต่แบ่งออกเป็นหลายครั้งจะทำให้การเกิดพิษน้อยลง หรือไม่เกิดพิษเลยก็ได้ เนื่องจากร่างกายมีการขับสารพิษออกเพื่อลดความรุนแรง แต่ก็อาจก่อให้เกิดพิษแบบเรื้อรังได้ เพราะมีการสะสมของสารพิษในร่างกายเนื่องจากอัตราการดูดซึมมากกว่าอัตราการลดของสารพิษ ก็จะก่อให้เกิดความเป็นพิษไ้ด้

Leave a Reply