สุขภาพ

สาเหตุและอาการของการเกิดโรคไข้มาลาเรีย

เชื้อไข้มาลาเรีย เป็นสัตว์เซลล์เดียวที่อยู่ใน phylum apicomplexa, Class sporozoa, Subclass coccidia ,Order Eucoccidiida, Suborder Haemosporina, Family Plasmodiidae เป็นเชื้อที่มีวงจรชีวิต 2 ช่วง ช่วงหนึ่งต้องอาศัยในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และอีกช่วงหนึ่งต้องอาศัยอยู่ในสัตว์มีกระดูดสันหลัง โรคไข้มาลาเรียยังคงเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของโลก ในปีหนึ่งๆมีคนป่วยประมาณ 300 ล้านคนทั่วโลกและเสียชีวิตด้วยโรคนี้ประมาณ 2-4ล้านคนต่อปี การติดเชื้อไข้มาลาเรียในประเทศไทยพบในแถบพื้นที่ที่เป็นป่าเขา บริเวณชายแดนของประเทศมักพบมากในฤดูฝนเนื่องจากมีน้ำและความชื้นพอเหมาะในการแพร่พันธุ์เติบโตของยุงพาหะ ยุงก้นปล่องพาหะในประเทศไทย มีอยู่หลาย species แต่ที่เป็นพาหะหลักและพบในธรรมชาติมากได้แก่ ยุงก้นปล่องในสกุล Anopheles minimus, Anopheles durus, Anopheles maculates

โรคไข้มาลาเรีย หรือไข้จับสั่น เกิดจากการติดเชื้อ Plasmodium spp. มี 4 ชนิด คือ

  1. Plasmodium tertian malaria (ไข้จับสั่นวันเว้นวันชนิดร้ายแรง) พบทั่วไปในประเทศเขตร้อน ในประเทศไทยพบประมาณ 69%
  2. Plasmodium vivax ก่อโรค benign tertian malaria (ไข้จับสั่นวันเว้นวันชนิดไม่ร้ายแรง) พบในประเทศเขตร้อนและเขตหนาว ในประเทศไทยพบประมาณ 30%
  3. Plasmodium malariae ก่อโรค quartan malaria (ไข้จับสั่นวันเว้นสองวัน) พบทั่วไป ในประเทศไทยพบประมาณ 1%
  4. Plasmodium ovale ก่อโรค tertian malaria (ไข้จับสั่นวันเว้นวันธรรมดา) พบในอาฟริกาและอเมริกาใต้เท่านั้น

พยาธิกำเนิด พยาธิสภาพและอาการ

พยาธิกำเนิดของมาลาเรียคือ การที่เซลล์ต่างๆได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอทั้งนี้เกิดจากเม็ดเลือดแดงทั้งที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อแตก ทำให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆติดขัดเนื่องจากผิวของเม็ดเลือดแดงมีความเหนียว จับกลุ่มได้ง่าย มีการตบของหลอดเลือด มีการเปลี่ยนแปลงของ permeability ของหลอดเลือดทำให้เลือดข้นขึ้น เส้นเลือดฝอยถูกอุดจากเม็ดเลือดแดงที่ติดเชื้อ เซลล์อวัยวะต่างๆเสื่อมสภาพไปเนื่องจากเกิดภาวะ anoxia โดยเฉพาะที่ mitochondria ทำให้เซลล์ตายได้ พยาธิสภาพเริ่มแรกจะเกิดที่โลหิตก่อนแล้วจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงและทำลายของพวกอวัยวะอื่นๆ พยาธิสภาพของอวัยวะที่สำคัญ เช่น

  1. สมอง มีอาการสมองบวม มีจุดเลือดออกเป็นหย่อมๆ มีเลือดคั่งในเส้นเลือดฝอย มีเม็ดเลือดแดงที่มีเชื้อ และ malarial pigment อุดตามเส้นเลือด
  2. ม้าม มีอาการบวมโต สีแดงเข้ม มีเม็ดเลือดแดงที่มีเชื้อ และ malarial pigment อุดตามเส้นเลือดฝอย อาจมี fribrosis
  3. ตับ มีอาการบวมโต สีช็อกโกแลต มีจุดสีเทาเป็นหย่อมๆ เซลล์ตับจะบวมโต ใน kuffer’s cell จะตรวจพบเชื้อและ malarial pigment

อาการ ไข้มาลาเรียจะมีระยะฟักตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์ อาการที่เป็น classical มี 3 ระยะดังนี้

  1. ระยะหนาว ผู้ป่วยจะมีอาการหนาว หนาวสั่น ตัวซีดเย็น ชีพจรเต้นเร็วเบา ความดันเลือดเพิ่ม มีไข้ขึ้น ระยะนี้กินเวลาประมาณ 15-60 นาที
  2. ระยะร้อน มีไข้ขึ้นสูงมาก ผู้ป่วยจะรู้สึกร้อนผ่าว หน้าแดง ปวดศีรษะมาก กระหายน้ำ ผู้ป่วยเด็กมักมีอาการชัก ระยะนี้กินเวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมง
  3. ระยะเหงื่อออก อุณหภูมิเริ่มลดลงมีเหงื่อออก ไข้ลด ชีพจรและความดันกลับสู่ปกติ ผู้ป่วยจะรู้สึกอ่อนเพลีย ระยะนี้กินเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

อาการทั้ง 3 ระยะนี้จะกินเวลาประมาณ 8-12 ชั่วโมง หลังอาการไข้แต่ละครั้งผู้ป่วยจะรู้สึกสบายดีจนกว่าจะมีไข้อีก อาการไข้เป็นพักๆ เกิดเนื่องจากเชื้อ Plasmodium บุกรุกเข้าเม็ดเลือดแดงพร้อมๆกัน จึงทำให้เกิดอาการจับไข้ ส่วนช่วงที่เชื้อเข้าไปเจริญและแบ่งตัวอยู่ในเม็ดเลือดแดงโดยที่เม็ดเลือดยังไม่แตกผู้ป่วยจะไม่มีอาการจับไข้

ปัจจุบันพบลักษณะ classical ทั้ง 3 ระยะได้น้อยมาก

อาการที่พบบ่อย คือ ผู้ป่วยจะมีไข้สูงลอยตลอดเวลา โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นมาลาเรียครั้งแรก ทั้งนี้เนื่องจากผู้ป่วยมีการติดเชื้อมาลาเรียหลายครอก (brood) ซึ่งแต่ละครอกมีเจริญเติบโตไม่พร้อมกันจึงทำให้เม็ดเลือดแดงแตกไม่พร้อมกัน

Leave a Reply