สุขภาพ

หมู่เลือดและการให้เลือดและหมู่เลือดระบบ Rh

หมู่เลือดมีอยู่มากมายหลายระบบ แต่หมู่เลือดของคน ซึ่งจำแนกตามสากล คือ หมู่เลือดที่จำแนกตามระบบ ABO โดยจำแนกได้ 4 หมู่ ตามชนิดของแอนติเจนที่เยื่อหมู่เซลล์เม็ดเลือดแดง คือ หมู่เลือด A B AB และ O ในน้ำเลือดมีแอนติเจนด้วยกัน 2 ชนิด คือ แอนติเจน A และ แอนติเจน B และมีแอนติบอดี 2 ชนิด คือ แอนติบอดี A และ แอนติบอดี B

ลักษณะของหมู่เลือดตามระบบ ABO นี้ เป็นลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ที่ควบคุมโดยยีนประเภทมัลติเปิลแอนลีน ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการศึกษาพันธุกรรมของมนุษย์

การให้เลือด

เมื่อคนไข้ได้รับอุบัติเหตุที่ทำให้ร่างกายสูญเสียเลือดมาก หรือคนไข้ที่มีเลือดในร่างกายน้อย หรือบุคคลที่ต้องการให้เลือดไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม จะมีข้อจำกัดในการให้และรับเลือดนั้น ผู้ให้และผู้รับควรจะมีหมู่เลือดเดียวกันจึงจะปลอดภัยที่สุด หรืออาจยึดหลักโดยทั่วไปว่า เลือดของผู้ให้ต้องไม่มีแอนติเจนตรงกับแอนติบอดีของผู้รับ เพราะถ้าหากเลือดของผู้ให้มีแอนติเจนตรงกับแอนติบอดีของผู้รับ จะทำให้เลือดเกิดการตกตะกอนเป็นอันตรายถึงกับเสียชีวิตได้

นอกจากหมู่เลือดระบบ ABO แล้ว ในเลือดคนยังมีแอนติเจนชนิดอื่นอีกหลายระบบ อีกระบบหนึ่งทู้จักกันดี คือ หมู่เลือดระบบ Rh คนไทยมากกว่าร้อยละ 90 จะมีแอนติเจน Rh อยู่ที่เยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดง พวกนี้เรียกว่ามีหมู่เลือด Rh+ ส่วนบางคนไม่มีแอนติเจน Rh ที่ผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง คนพวกนี้มีหมู่เลือด Rh หมู่เลือด Rh นี้ แตกต่างจากหมู่เลือดระบบ ABO บางประการ คือ หมู่เลือดระบบ Rh ปกติจะไม่มีการสร้างแอนติบอดี เว้นแต่คนที่มีหมู่เลือด Rh เมื่อได้รับหมู่เลือด Rh+ แอนติเจนของหมู่เลือด Rh+ จะกระตุ้นให้คนที่มีหมู่เลือด Rh สร้างแอนติบอดี ต่อ Rh ฉะนั้นในการให้เลือดแก่กันนั้นต้องคำนึงถึงปัจจัย Rh ด้วย ทั้งนี้เพราะถ้าผู้รับเลือดเป็น Rh ได้รับเลือด Rh+ เข้าไปในร่างกายของผู้รับก็อาจจะถูกกระตุ้นให้ผู้รับสร้างแอนติบอดีต่อ Rh ขึ้นได้ ดังนั้นการให้เลือด Rh+ ครั้งต่อไป แอนติบอดีต่อ Rh ในร่างกายของผู้รับจะต่อต้านกับแอนติเจนจากเลือดของผู้ให้ ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

Leave a Reply