อันตรายของสารกัดกร่อนต่อสุขภาพของผู้สัมผัส

March 13 | Posted by admin | สุขภาพ Tags: ,

ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการขนส่ง การเคลื่อนย้าย การเตรียมและการใช้สารกัดกร่อนมีโอกาสสัมผัสกับสารกัดกร่อนได้มาก หากไม่มีการป้องกันและระมัดระวังที่ดีสารกัดกร่อนก็อาจจะกระเด็นมาถูกตัวผู้ปฏิบัติงานได้โดยตรง นอกจากการสัมผัสโดยตรงแล้ว ตาและระบบทางเดินหายใจก็อาจได้รับอันตรายจากไอของสารกัดกร่อนได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งจะทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณที่สัมผัสกับสารกัดกร่อนนั้นได้รับอันตราย ถึงแม้ว่าจะไม่ทำให้เกิดผลระยะยาว แต่ก็ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่รุนแรงจนต้องมีการหยุดงานได้ หากได้รับในปริมาณที่มากและไม่ได้รับการแก้ไขทันที

อันตรายของสารกัดกร่อน โดยทั่วไปจะทำให้เกิดการระคายเคือง โดยเกิดเป็นรอยไหม้ (chemical burn) บริเวณที่สัมผัส ดังนี้

1.  ผลต่อผิวหนัง สารกัดกร่อนจะทำให้เกิดการระคายเคือง อักเสบ ผิวหนังไหม้ ที่ความเข้มข้นสูงๆ ก็อาจจะทำให้ตาบอดได้

กรดอนินทรีย์มีคุณสมบัติในการกัดกร่อนที่แรงกว่าสารอินทรีย์ แต่จะมีกลไกการออกฤทธิ์คล้ายกันคือ จะเกิดการกำจัดไขมันบริเวณผิวหนัง (defatting) เป็นแผลพุพอง (ulceration) เนื้อตายเฉพาะที่ (necrosis) เป็นสะเก็ดแห้ง และเป็นแผลเป็น ทำให้มีอาการเจ็บปวดทันที (intermediated pain)

ส่วนอันตรายจากด่างนั้นจะแตกต่างจากกรด เนื่องจากด่างจะไม่ทำให้เกิดตะกอนโปรตีนขึ้นมาป้องกัน ทำให้มีอาการบาดเจ็บในส่วนที่ลึกลงไป (further penetration) จึงเป็นแผลที่รุนแรงและหายยาก ถ้าสัมผัสกับตาก็จะเกิดการระคายเคืองที่รุนแรงและทำให้ตาบอดได้

2.  ผลต่อระบบทางเดินหายใจ เมื่อสัมผัสกับไอระเหยของสารกัดกร่อน จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ แน่นหน้าอก หากความเข้มข้นสูงสามารถทำลายระบบทางเดินหายใจ จมูก หลอดลม และปอดได้

3.  ผลต่อระบบทางเดินอาหาร ถ้ารับประทานเข้าไป มีผลทำให้เกิดบาดแผลไหม้บริเวณปาก ลำคอและท้อง มีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย

นอกจากนั้นแล้วกรดแต่ละชนิดยังอาจก่อให้เกิดอันตรายเฉพาะอื่นๆเพิ่มเติมได้อีก เช่น

-  อาการเรื้อรังของผู้ที่สัมผัสกับกรดโครมิก กรดซัลฟุริก และกรดฟอสฟอริกเป็นประจำ ก็คือการกักกร่อนฟัน ทำให้ฟันผุ

-  กรดไนตริก ทำให้เกิด yellow burn คือ เมื่อสัมผักับเนื้อเยื่อของร่างกาย จะเปลี่ยน complex protein เป็นกรดซานโทรโฟเทอิก (xantrophoteic) ซึ่งมีสีเหลือง

อาการเรื้อรังทำให้หลอดลมอักเสบ (bronchitis) และเป็นปอดอักเสบจากสารเคมี (chemical pneumonitis)

-  กรดไฮโดรฟลูออริก ซึ่งมีฤทธิ์เป็นการกัดกร่อนสูงจะสามารถทะลุผ่านผิวหนังเข้าไปในเนื้อเยื่อชั้นที่ลึกลงไป เกิดการกัดกร่อนกระดูกได้

-  กรดออกซาลิก จะทำปฏิกิริยากับแคลเซียมได้แคลเซียมออกซาเลต (calcium oxalate) ซึ่งจะรบกวนอัตราส่วนของแคลเซียมกับโปรแทสเซียม การขับออกซาเลตในท่อไตจะทำอันตราย (ทำลาย) ไตได้

บทความแนะนำ :

Tags: ,

Leave a Reply