พัฒนาจิตใจ

อาการที่แท้จริงของการเกิดสมาธิจากการฝึกปฏิบัติ

จำเป็นอย่างยิ่งต้องทราบข้อเท็จจริง มิฉะนั้นจะเกิดความผิดพลาด เช่น อาการต่างๆเหมือนเข้าทรง หรือเหมือนล่องลอยไปในอากาศ แล้วก็เข้าใจว่าเทพองค์นั้นองค์นี้มาเข้า แท้จริงไม่ใช่เป็นเพียงนิมิต เช่น รู้สึกเข้าภวังค์ตัวลอยเทพมาเข้าไปเลยเถิด เพราะเวลาจิตเข้าภวังค์นั้น ความโน้มน้าวทางจิตเป็นสิ่งตามได้ทุกวิถีทาง เพราะขณะจิตเข้าภวังค์นั้น มิได้เป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นสื่อ คือ อารมณ์ก็จะเป็นผู้ชี้แนะ เมื่อเป็นเช่นนั้นกิริยาอาการต่างๆก็จะเป็นไปในทำนองที่ให้อารมณ์สั่ง ในเมื่อจิตกลับเข้าสู่ภวังค์ ก็มารู้สึกตัวเอาทีหลังแบบว่าตัวเองก็ไม่ทราบทำอะไรไป แล้วก็เข้าใจว่าเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้

ดังนั้นการดูแลอาการของสมาธิเป็นความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก อันเป็นแนวการดำเนินสมาธิด้วยความถูกต้อง จะไม่มีการกังวลลังเลสงสัย ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นใจในตนเองโดยมีลำดับอาการดังต่อไปนี้

1.       อารมณ์ อารมณ์เมื่อบริกรรมไป อารมณ์อื่นๆจะอยู่ไม่ได้ จนในที่สุดจะเหลือพุทโธ เราเรียกอาการนี้ว่า เอกัคคตารมณ์ อย่างนี้ถือว่าเป็นการนิ่งด้วยอานุภาพอารมณ์ที่นึกพุทโธ

2.       ชวนะจิต ความวกวนเกิดจากจิต เรียกว่ากระแสจิต ชวนะจิตจึงเปลี่ยนอารมณ์ต่างๆให้เข้ารูปเข้ารอย ด้วยกำลังจิตที่เพิ่มขึ้น ชวนะจิตจึงล่องลอยเข้าสามองค์พุทโธ ทำความวุ่นวายให้กลับเป็นความสงบเย็น ชวนะจิตจะเกิดสมาธิต้องการ เพราะชวนะจิตกับตัวผู้รู้จะเดินเข้าสู่กันเองตรงไหนติดขัด ชวนะจิตจะเข้าไปคิดช่วยแก้ไขจนแก้สำเร็จ

3.       ปีติ อันนี้เกิดจากชวนะจิตแก้ไขสำเร็จแล้ว ก็เกิดความสุขของสมาธิขึ้นอย่างประหลาด

4.       ความสุข เป็นกิริยาที่เกิดจากปีติ หรือความดีใจของการเดินหรทอทำสมาธิที่เป็นผล

5.       นิมิต ผู้ทำสมาธิทั้งหลายเมื่อทำสำเร็จไปแต่ละขั้นเขาจะวาดภาพขึ้นในมโนภาพจนเกิดนิมิตมากมายสุดจะบรรยาย นิมิตเหล่านี้คืออาการแห่งมโนภาพ

6.       ภวังค์ แม้เราทราบว่าความดื่มด่ำที่เกิดจากสมาธินั้นจะต้องพบกับภวังค์เป็นธรรมดา

7.       อาการภายนอก-ภายในเกิดขึ้น อาการนี้จะตื่นเต้นเมื่อเกิดสิ่งดี จะหวาดกลัวเมื่อเกิดสิ่งร้าย อาการภายในคืออาการนิมิตที่เกิดขึ้นในภวังค์ อาการภายนอกหมายถึงการแสดงออก

8.       การเชื่อถือ เราต้องไม่เชื่อในอาการเหมือนผีบอก หรืออย่างที่มีอะไรมาบอกในเวลาทำสมาธิอย่างนั้นอย่างนี้เชื่อยังไม่ได้

9.       อาการฟั่นเฟือน สิ่งนี้คือความละเมอเพ้อฝัน อันเกิดจากนิมิตนานัปการ ซึ่งนิมิตนั้นคือการฉายภาพในใจของแต่ละบุคคลเท่านั้น ถ้าเชื่อจะเกดการฟั่นเฟือน

10.   อาการเหมือนธรรมบอก ต่อเนื่องจากข้อ 9 เพราะว่ากิริยาอย่างหนึ่งเกิดขึ้นกับผู้ทำสมาธิเข้าภวังค์และเหมือนอาจารย์องค์นั้นองค์นี้ พระสงฆ์ต่างๆมาบอกธรรมชั้นนั้นชั้นนี้ ต้องเชื่อยังไม่ได้

11.   อาการเข้าใจผิด เพราะจิตที่เกิดสมาธิมากขึ้นนั้น มันเยือกเย็นพิเศษ ลึกล้ำ คัมภีร์ภาพสุดแสนจะบรรยายได้ และเข้าใจผิดคิดว่าเราสำเร็จขั้นนั้น ขั้นนี้ ต้องพิจารณาให้ดีอย่าคาดคะเนจะเข้าใจผิด เพราะการถึงขั้นนั้นขั้นนี้ไม่ต้องมีใครบอก จะเกิดเอง เห็นเอง เข้าถึงเอง และรู้เอง รู้ได้ เฉพาะตัวโดยการเข้าถึงเท่านั้น

Leave a Reply