สุขภาพ

อาการและการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคพยาธิใบไม้ในปอด

โรคพยาธิใบไม้ในปอด เกิดจากพยาธิ paragonimus westermani พบได้ทั่วโลกในภูมิภาคเขตร้อน ทวีปแอฟริกา อเมริกาใต้และเอเชีย บริเวณที่พบมากคือ ประเทศต่างๆทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกือบทุกประเทศ

การระบาดของโรคขึ้นอยู่กับ Host คือที่อยู่อาศัยของตัวแก่ในปอด นอกจากมีคนเป็น Definitive host ยังมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆอีก ซึ่งเป็นที่อยู่ตามธรรมชาติหรือเป็นรังเก็บตัวแก่ของพยาธิใบไม้ปอด (Reservoir host) นี้อยู่อีก เช่น เสือ แมว สุนัข หมู และพังพอน เป็นต้น สัตว์เหล่านี้เป็นพยาธิใบไม้ปอดเนื่องจากการกินปู

Habit ได้แก่ นิสัยของประชาชนซึ่งมี

– นิสัยชอบรับประทานอาหารที่ดิบๆหรือปรุงไม่สุก เช่น ส้มตำปู ที่ใช้ปูนาหรือปูน้ำตก โดนปูเหล่านี้มีเมตาเซอร์คาเรียซึ่งเป็นระยะติดต่อของพยาธิในไม้ปอดอยู่ทำให้คนที่รับประทานส้มตำเป็นพยาธิใบไม้ปอดได้

– นิสัยการบ้วนเสมหะของคนซึ่งมีขาพยาธิไม่เป็นที่ คือ ไม่บ้วนเสมหะลงในที่รองรับที่ถูกสุขลักษณะทำให้ไข่พยาธิกระจัดกระจายได้ หรือส่วนน้อยอาจถูกกลืนและออกจากร่างกายของคนทางอุจจาระ

Intermediate host ซึ่งที่สำคัญ คือ

– First intermediate host ปกติแล้วโฮสต์กึ่งกลางตัวที่หนึ่ง จะต้องเป็นพวกหอยน้ำจืด แต่ในแหล่งระบาดของพยาธิใบไม้ปอด (จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครนายก และจังหวัดเชียงราย) ยังไม่สามารถตรวจหรือพิสูจน์ได้ว่าหอยน้ำจืดชนิดใด

– Second intermediate host ในแหล่งระบาดได้ตรวจพบว่า ปูนา และปูหิน หรือปูน้ำตก มีเมตาเซอร์คาเรียซึ่งเป็นระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ปอดจำนวนมาก

พยาธิสภาพ พยาธิวิทยา และอาการ

เมื่อคนกินเมตาเซอร์คาเรีย (Metacrecariae) หรือ Encysted cercariae ที่อยู่ในเนื้อหรือมันของปูนา หรือปูน้ำตก ซึ่งเป็นระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ปอด P. westermani ดิบๆ หรือปรุงไม่สุก เมื่อเมตาเซอร์คาเรียถึงลำไส้เล็ก ตัวอ่อนของพยาธิจะออกจากถุงซิสต์ และไชทะลุผ่านผนังลำไส้เข้าสู่ช่องท้อง

ส่วนมากตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ปอดจะไชผ่านกระบังลม เยื่อหุ้มปอด และเข้าสู่เนื้อเยื่อของปอดเพื่อเจริญเป็นตัวแก่ต่อไป

ดังนั้นอวัยวะต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพขณะที่ตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ปอดนี้บางตัวอาจตกค้างอยู่ในช่องท้องพลัดไปอยู่ใต้ผิวหนังหรือเข้าสู่กระแสโลหิตไปยังสมองทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการทางสมองได้

เนื้อเยื่อบริเวณรอบๆตัวอ่อนพยาธิเกอดการอักเสบมีเม็ดโลหิตขาวพวกอิโอซิโนฟิล (Eosinophils) และโพลีมอพ (Polymorphs)

ขั้นสุดท้ายจะเกิดมีเซลล์พวกพังผืด (Fibrosis) มาหุ้มด้วยพยาธิจนกลายเป็นถุงซิสต์(Cyts) มีแคปซูล(Capsule)หนาหุ้มตัวพยาธิตัวแก่นี้ไว้

ถุงซิสต์นี้มีขนาดใหญ่เท่าหัวแม่มือหรือใหญ่กว่า และมีทางติดต่อกับเส้นเลือดในหลอดลม รอบๆตัวพยาธิจะเป็นโพรงและมีหนองขุ่นเหนียวมีเลือดปนและเต็มไปด้วยขาพยาธิ

เสมหะจึงมีลักษณะเดียวกับสิ่งที่อยู่ในถุงซิสต์ปนอยู่กับเยื่อบุผิวและน้ำที่ขับออกมาจากหลอดลม เสมหะจึงเหนียวเป็นมันมีเลือดเก่าๆสีน้ำตาลปนแดงมีก้อนเหลืองๆผสมด้วย เมื่อเอาเสมหะโดยเฉพาะส่วนที่เป็นก้อนเหลืองไปตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบไข่พยาธิใบไม้ปอดอยู่เป็นจำนวนมาก

ลักษณะอาการของผู้เป็นพยาธิใบไม้ปอด

พบว่า ผู้ป่วยที่เป็นพยาธิใบไม้ปอดจะมีระยะฟักตัวประมาณ 8 สัปดาห์ อาการส่วนใหญ่ที่พบคือ มีไอออกมาเป็นเลือดปนกับเสมหะและมีอาการไอเป็นโลหิต อาการนั้นจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่พยาธิใบไม้ปอดนี้อยู่ คือ ที่ปอด (Chest paragonimiasis หรือ Pulmonary paragoinmiasis) สมอง (Cerebral paragonimiasis) ช่องท้อง (Abdominal paragonimiasis) และอวัยวะภายในหรือต่อมน้ำเหลือง (Generalized paragonimiasis)

ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยด้วยโรคพยาธิใบไม้ปอดในประเทศไทยจะมีอาการทางปอด อาการเริ่มแรกของผู้ป่วย คือ มีอาการไอเล็กๆน้อยๆไม่มีเสมหะ อาการไอจะมากขึ้น เสมหะเริ่มต้นด้วยลักษณะเหนียว สีขาว ต่อมาเสมหะจะมีสีเขียว และข้นมากขึ้น บางครั้งจะมีเลือดปนออกมากับเสมหะ ผู้ที่ไอเรื้อรังมักจะมีอาการไอมากในตอนเช้า เสมหะมักเหนียวและมีเลือดเก่าๆออกมาด้วย ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บอก บางครั้งผู้ป่วยจะมีอาการไอออกมาเป็นเลือดสดๆ (Hemoptysis) จำนวนมากโดยเฉพาะจะมีอาการเช่นนี้หลังจากทำงานหนัก

ปกติผู้ป่วยจะมีสุขภาพค่อนข้างดี ไม่มีไข้ ไม่ผอม ผู้ป่วยอาจไปพบแพทย์และได้รับการรักษาด้วยยาวัณโรคก็ได้แต่อาการไม่ดีขึ้น ในบางรายอาจแสดงอาการบวมเคลื่อนที่ได้ใต้ผิวหนัง เนื่องจากพยาธิตัวอ่อนบางตัวเดินทางพลัดไปอยู่ในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังก่อนที่จะไปปอด บางรายมีอาการทางสมอง หากพยาธิใบไม้ปอดนี้พลัดเข้าไปสู่สมองหรือเยื่อหุ้มสมอง

การป้องกันและการควบคุม

การป้องกันการเป็นโรคพยาธิใบไม้ปอดที่ดีที่สุด คือ ไม่รับประทานอาหารที่ปรุงด้วยปูนา หรือปูน้ำตกดิบๆ(กุ้งน้ำจืด หรือน้ำดื่มซึ่งอาจมีเมตาเซอร์คาเรียของพยาธิใบไม้ปอดปนอยู่) ในแหล่งที่มีโรคพยาธิใบไม้ปอดระบาดอยู่

การควบคุมชุมชนมีดังนี้ คือ

– การรักษาหมู่ (Masstreatment) คือ การรักษาผู้ป่วยที่เป็นพยาธิใบไม้ปอดทั้งหมด

– กำจัดหอยที่เป็น First intermediate host

– กำจัดสัตว์ที่เป็น Reservoir host

– ให้สุขศึกษาแก่ประชาชนในการบ้วนเสมหะ และการกินอาหารโดยเฉพาะอาหารที่ปรุงด้วยปูนา หรือปูน้ำตก (กุ้งน้ำจืด) โดยการกินสุกๆ

– การถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ

Leave a Reply