สุขภาพ

เกี่ยวกับค่า SPF และ PA ในครีมกันแดด

SPF มีมากไปเพื่ออะไร

จริงๆแล้วไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอาศัย SPF ที่มีคามากเกินไปในการปกป้องผิวตลอดวัน เพราะ SPF มาจาก Sun Protecting Factor หรือค่าการป้องกันแสงแดด ซึ่งจะป้องกันได้เฉพาะรังสี UVB ตัวการความไหม้ดำและความหมองคล้ำเท่านั้น ไม่รวมถึงรังสี UVA ที่มีผลร้ายต่อผิวในระยะยาว

ทั้งนี้การหาค่า SPF ทำได้โดยนำตัวเลข SPF คูณกับ 10 หรือ 15 จะได้เวลาที่ครีมกันแดดนั้นสามารถกันแดดได้ เช่น SPF 10 คูณกับ 15 ก็จะสามารถกันแดดได้ 150 นาที หรือ 2 ชั่วโมงครึ่งนั่นเอง ดังนั้นการใช้ค่า SPF สูงมากๆ อย่าง SPF 60 จึงไม่มีความจำเป็น เพราะนั่นหมายถึงคุณทาครีมกันแดดที่มีฤทธิ์นานถึง 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง ซึ่งแม้จะมีฤทธิ์นานแต่ตัวครีมถูกเหงื่อชะออกไปหมดแล้ว ต้องอาศัยการทาซ้ำอีก และด้วยวิธีนี้จึงสามารถใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ไม่มากนักแทนได้

ค่า PA ถ้าให้ดีต้องมีกี่ +

ค่า PA ที่ระบุอยู่หน้าผลิตภัณฑ์ คือ ค่าการป้องกันรังสี UVA ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากความไหม้เกรียม เหี่ยวย่นแล้ว รังสี UVA ยังเป็นตัวการของมะเร็งผิวหนัง โดยในการเลือกควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า PA สูงๆ อย่าง PA+++ เพราะ ประจุ + หลัง PA นั้นเป็นตัวบ่งบอกถึงประสิทธิภาพการป้องกันรังสี UVA ที่สำคัญอีกอย่างคือ ต้องไม่ลืมคำนึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์นั้นด้วย

Leave a Reply