สุขภาพ

เอดส์รักษาได้หรือไม่และความหวังของยาและวัคซีนยับยั้งเชื้อเอดส์

เอดส์รักษาได้แต่ไม่หายขาด การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ เอช ไอ วี แบ่งตามระยะของโรค ดังนี้

1.       ระยะที่ไม่แสดงอาการแต่เชื้อ เอช ไอ วี ยังมีการแบ่งตัวอยู่เรื่อยๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่อมน้ำเหลือง แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยมาตรวจดูอาการ และตรวจเม็ดเลือดขาว โดยเฉพาะ ซี ดี โฟ ซ้อน ระยะนี้ครอบคลุมไปถึงระยะต่อมน้ำเหลืองโตโดยปราศจากอาการอื่นด้วย

2.       ระยะเริ่มแสดงอาการ อาการที่พบคือ ฝ้าขาวในปากที่เกิดจากเชื้อรา ริ้วขาวเล็กๆที่ขอบลิ้น เชื่อว่าเกิดจากไวรัสชนิดหนึ่ง ตุ่มคันตามผิวหนัง หรืองูสวัด มีไข้เรื้อรัง ท้องเสียเรื้อรัง ซึ่งเป็นระยะที่เชื้อ เอช ไอ วี กำลังเพิ่มขึ้น ภูมิต้านทานโรคทั่วไปเริ่มลดลง แพทย์จะรักษาตามอาการแทรกซ้อน เช่น ให้กินยารักษาเชื้อรา ให้ยาแก้คันหรือยาทาผิวหนังและนัดตรวจบ่อยขึ้น 2-6 เดือนต่อครั้ง และอาจให้ยาเพื่อยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อ เอช ไอ วี

3.       ระยะเอดส์เต็มขั้น ผู้ป่วยจะมีอาการของเอดส์ คือ อาการโรคติดเชื้อที่ฉกฉวยโอกาสหรือมะเร็ง ระยะนี้เป็นระยะที่เชื้อ เอช ไอ วี เพิ่มจำนวนมากขึ้น ภูมิต้านทานของร่างกายถูกทำลายไปมากจนบกพร่อง จึงทำให้เกิดโรคติดเชื้อและมะเร็ง

ผู้ป่วยเอดส์มีความหวังต่อยาใหม่และวัคซีนเพียงใด

ยาที่ใช้รักษาอาการของโรคเอดส์จัดเป็นหมวดหมู่ ดังนี้

1.       ยารักษาโรคแทรกซ้อนที่ฉวยโอกาส เช่น ยารักษาเชื้อรา ยารักษาวัณโรค

2.       ยาป้องกันการติดเชื้อที่ฉวยโอกาสบางชนิด เช่น ยาป้องกันปอดอักเสบ จากเชื้อพยาธิ พีซีพี ยาป้องกันวัณโรค

3.       ยาต้านหรือยับยั้งเชื้อเอดส์ ปัจจุบันได้รับอนุญาตและการรับรองได้ทั่วโลก มี 3ชนิด คือ เอ แซด ที หรือ รี โทรเวียน ดีดีไอ หรือไวเด๊กซ์ และดีดีไอ หรือไฮวิด

ปัญหาการดื้อยาของเชื้อเอดส์ต่อยาต้านเอดส์ทั้ง 3 ตัว มีมากขึ้น ฉะนั้นรายที่กิน เอ แซด ที หรือตัวใดตัวหนึ่งแล้ว ต่อมาทั้งๆที่กินยาอยู่ตลอดเวลา แต่อาการทรุดลง และ ซี ดี โฟ ก็ลดลงตามลำดับ แพทย์จะพิจารณาเปลี่ยนยาตัวอื่นต่อไป อย่างไรก็ตามยานี้มีผลข้างเคียงมาก และราคาแพง

Leave a Reply