การศึกษา

ที่มาของศิลปะการแสดงโนรา

โนรา เป็นศิลปะของการแสดงของไทยภาคใต้ประเภทหนึ่งที่มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ทรงไว้ซึ่งคุณค่าด้านศิลปะมรดกภูมิไทย สะท้อนปรัชญา ความเชื่อ พิธีกรรม ค่านิยม และผูกพันกับวิถีชนของบทกลอน การตีบท เจรจา ดำเนินเรื่องราวตามบทละคร หรือตามเรื่องที่ผูกขึ้น โนราเป็นศิลปะการแสดงเพื่อสร้างความบันเทิง ในขณะเดียวกันโนราก็เป็นกรแสดงเพื่อประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อที่ผูกพัน ระหว่างความเชื่อในอำนาจที่เหนือธรรมชาติ มีภาวะที่สื่อโลกปัจจุบันของลูกหลานที่เป็นทายาทกับโลกวิญญาณของบรรพบุรุษโนรา “ตายายโนรา” หรือ “ตาหลวง” การประกอบพิธีกรรมสำคัญที่เรียกว่าโนราโรงครู หรือโนราลงครู เป็นมิติในการสร้างสัมพันธภาพ ของผู้คนในประชาคม ทั้งยังคงถือปฏิบัติสืบสานจนถึงจนถึงปัจจุบันโนรา

คำว่า “โนรา” นี้มีการใช้คำแตกต่างกัน เช่น โนรา โนห์รา มโนห์รา มโนราห์ ศิลปินที่แสดงโนรานิยมเรียกเป็นคำสรรพนามนำหน้าทั้งชายและหญิงว่า “โนรา” เช่น โนราขุนอุปถัม์นรากร (พุ่มเทวา) โนรายก ชูบัว โนราแปลก ท่าแค โนรากัญญา นาฎราช ฯลฯ การเรียนขานโนรานี้ในเอกสารหลายแห่งกล่าวถึง และมีความหมายเดียวกันว่า ชาตรี ละครชาตรี หรือละครมโนห์รา-ชาตรี หรือมโนราห์-ชาตรี ไว้ด้วย คำเรียกขานต่างๆ ของการแสดงนี้จึงมีความสัมพันธ์ และสื่อถึงความหมายของศิลปะการแสดงโนรา

การศึกษาเรื่องราวของโนรา จากตำนานต่างๆ ข้อเขียนของนักวิชาการ เช่น ศาสตราจารย์สุธิวงศ์ พงษ์ไพบูลย์ รองศาสตราจารย์ ภิญโญ จิตต์ธรรม อาจารย์พิทยา บุษยรัตน์ ข้อวิเคราะห์ของรองศาสตร์จารย์อุดม หนูทอง อาจารย์เยี่ยมยง สุรกิจบรรหาร เป็นต้น มีข้อมูลที่สำคัญคือ ข้อสันนิษฐานที่ว่า ศิลปะการแสดงโนราเข้ามาสู่ภาคใต้ระหว่างสมัยศรีวิชัย ต่อเนื่องกับสมัยของพระเจ้าจันทรภาณุ กษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรตามพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) พระองค์เคยยกทัพไปปราบและเข้าครองลังกา ระหว่าง พ.ศ. 1858 – 2051 ทรงรับพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ (นิกายเถรวาท) เข้ามาเผยแพร่ในอาณาจักรของพระองค์

ที่มา : วัฒนธรรมปลายด้ามขวาน วารสารรายสามเดือน ปีที่ 53 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2557