โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip) และอาการของโรคข้อสะโพกเสื่อม

February 4 | Posted by admin | สุขภาพ Tags: , ,

ข้อสะโพกเสื่อม เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุทั้งเพศชายและเพศหญิง ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้ป่วยชาวตะวันตก พบเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 แบบ คือ

1.       การเสื่อมบริเวณด้านบนและด้านนอก (superolateral) พบได้ประมาณร้อยละ 60 ความผิดปกติชนิดนี้พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง การที่พบความผิดปกติที่ตำแหน่งนี้มากที่สุดเชื่อว่าเป็นผลจากการที่ส่วนบนของข้อเป็นจุดที่รับน้ำหนักมากที่สุด

2.       การเสื่อมบริเวณด้านใน (medial pole) พบได้ประมาณร้อยละ 25 และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

3.       ความผิดปกติตามแนวคอกระดูกต้นขา (concentric) พบได้ประมาณร้อยละ 15 และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

อาการเริ่มแรกในโรคข้อสะโพกเสื่อมคือ อาการปวดเวลาเดิน อาจมีการเดินกระเผลก หรือ antalgic gait อาการปวดมักจะไม่ปวดที่ข้อสะโพก แต่จะปวดบริเวณต้นขาด้านนอก บริเวณขาหนีบ หรือต้นขาด้านใน บางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปบริเวณก้น พบว่าความรุนแรงของอาการปวดที่เกิดขึ้นไม่มีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของข้อเสื่อมที่เกิดขึ้น

การตรวจโดยการขยับข้อสะโพกจะก่อให้เกิดอาการปวด ในรายที่มีข้อเสื่อมรุนแรงจะพบว่าพิสัยการเคลื่อนไหวข้อสะโพกลดลง อาจพบกล้ามเนื้อบริเวณข้อสะโพกอ่อนแรง

ข้อสะโพกเสื่อมอาจต้องแยกจากภาวะถุงน้ำ trochanteric bursa อักเสบ เนื่องจากก่อให้เกิดการอักเสบบริเวณข้อสะโพกด้านนอกเช่นกัน แต่อาจจะพบว่าการเคลื่อนไหวข้อสะโพกจะปกติ

ความผิดปกติทางภาพรังสีโดยทั่วไปจะเหมือนกับโรคข้อเสื่อมที่ข้ออื่นๆ คือ พบช่องข้อแคบมีกระดูกใต้กระดูกอ่อนหนาตัว พบถุงน้ำใต้กระดูกอ่อน และพบกระดูกงอก โรคข้อสะโพกเสื่อมอาจจัดความผิดปกติทางภาพรังสีออกได้เป็น 2 พวก คือ

1.       Hypertrophic form เป็นกลุ่มที่พบกระดูกงอกค่อนข้างมาก และมีกระดูกใต้กระดูกอ่อนหนาตัว

2.       Atrophic form เป็นกลุ่มที่ไม่พบลักษณะกระดูกงอก อย่างไรก็ตามพบว่ามีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่จะมีการลุกลามของโรคอย่างรวดเร็วมีการทำลายช่องข้อภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน

การดำเนินโรคข้อสะโพกเสื่อมมีได้แตกต่างกันมาก โดยทั่วไปผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดที่ข้อสะโพกนานประมาณ 3-36 เดือนก่อนที่จะตรวจพบว่าเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อมอย่างชัดเจน แต่เมื่อมีอาการแล้วส่วนใหญ่จะมีอาการคงที่เป็นระยะเวลานับสิบปี ไม่พบความแตกต่างในการดำเนินโรคระหว่างกลุ่มชนิด hypertrophic กับชนิด atrophic

บทความแนะนำ :

Tags: , ,

Leave a Reply