สุขภาพ

โรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัสบีและซีสามารถนำไปสู่การเป็นมะเร็งได้

โรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส ในขณะนี้มีมากกว่า 5 ชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี ดี และ อี และที่เพิ่มนอกเหนือจาก 5 ชนิด เช่น จีบี เอฟ แต่ที่สำคัญคือ ชนิด บี และ ซี เพราะสามารถนำไปสู่การเป็นมะเร็งได้ในภายหลัง

ไวรัสตับอักเสบบี เป็นไวรัสในกลุ่ม Hepadna virus ปัจจุบันเป็นเชื้อที่ก่อปัญหามากที่สุดในกลุ่มไวรัสตับอักเสบเนื่องจากก่อให้เกิดโรคตับอักเสบแล้วหากเป็นอย่างเรื้อรังจะทำให้เกิดตับแข็งตามมา และกลายเป็นมะเร็งตับได้ เด็กที่ติดเชื้อตั้งแต่แรกคลอดจากมารดาก็เสี่ยงที่จะเป็นตับแข็งและมะเร็งตับ เสียชีวิตได้ตั้งแต่อายุไม่มาก

โรคไวรัสตับอักเสบบี เกิดจากการได้รับเลือดหรือสารปนเปื้อนเลือด การมีเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การล้างไต การเจาะหู การสักตัว หรือคิ้ว การใช้มีดโกนร่วมกัน และแปรงสีฟันที่มีเชื้ออยู่ รวมทั้งการรับเชื้อจากมารดาในขณะคลอด สามารถทำให้ติดเชื้อได้

ไวรัสตับอักเสบบี นับเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้บรรจุการฉีดวัคซีนสำหรับป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้เป็นวัคซีนพื้นฐานจำเป็นที่เด็กไทยทุกคนจะได้รับ เช่นเดียวกับโรค คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โรคเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบบีจึงมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ

ไวรัสตับอักเสบซี ติดต่อกันได้โดยทางเลือดเป็นหลัก การแพร่เชื้อส่วนใหญ่คือ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันของผู้ติดยาเสพติดโดยวิธีฉีด ส่วนการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือทางมารดาสู่ทารกในครรภ์ พบได้น้อยมาก ไวรัสตับอักเสบซี ทำให้เกิดโรคตับอักเสบได้ทั้งชนิดเฉียบพลัน เรื้อรัง และมีโอกาสก่อให้เกิดโรคมะเร็งตับได้ คล้ายกับไวรัสตับอักเสบบี

สาเหตุเกิดจากการได้รับเลือด การล้างไต การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสักตัวหรือคิ้ว โดยพบว่ามากกว่า 90% ของผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อนี้มาจากการรับเลือด หรือส่วนประกอบของเลือด

ไวรัสตับอักเสบซี เป็นไวรัสกลุ่ม Flavivirus จัดเป็น RNA ไวรัส แม้จำนวนผู้ที่ป่วยจะยังมีไม่มากเม่ากับไวรัสตับอักเสบบี แต่ก็มีความน่ากลัวอยู่ 2 อย่างคือ ไม่มีวัคซีนป้องกัน และถ้าติดเชื้อแล้วมีโอกาสเป็นตับแข็งและมะเร็งตับสูงกว่าไวรัสตับอักเสบบี

Leave a Reply