สุขภาพ

โรคบาดทะยักหรือโรคขากรรไกรแข็งจากการรักษาแผลที่ไม่สะอาด

บาดทะยัก  (Tetanus)

บาดทะยักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Clostridium tetani ซึ่งพบแพร่กระจายอยู่ในดินและในอุจจาระของสัตว์ โดยเชื้อจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีในแผลลึก อากาศเข้าไม่ดี ซึ่งเชื้อจะไม่แพร่กระจายจะอยู่เฉพาะบริเวณที่มีเนื้อเยื่อตาย แต่จะสร้างสารพิษ และสารพิษนั้นจะแพร่กระจายสู่กระแสเลือดไปยังกระดูกไขสันหลังและเนื้อสมองได้ โดยสารพิษนั้นจะมีผลต่อระบบประมาทส่วนกลาง ไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท acetylcholine และยับยั้ง postsynaptic spinal neuron ส่งผลให้เกิดอาการเกร็ง กล้ามเนื้อกระตุก และทำให้หมดสติได้

การติดเชื้อในทารกแรกเกิดมักเกิดจากการตัดสายสะดือที่ไม่สะอาด และการดูแลสายสะดือที่ไม่สะอาด เช่น การโรงแป้ง หรือการพอกยากลางบ้าน ซึ่งเชื้ออาจติดมากับแป้งหรือยาได้ และเกิดการติดเชื้อจากการดูแลรักษาบาดแผลลึก ที่ไม่ถูกต้อง

อาการของโรค

โรคบาดทะยักมีระยะฟักตัวประมาณ 4-5 วัน อาการที่แสดงออกคือ มีการชัก เกร็ง ปวดกล้ามเนื้อบริเวณแผลมักเกิดการกระตุกหรือสั่น มีอาการขากรรไกรแข็ง คนไข้จะรู้สึกเจ็บปวดรุนแรง การตัดเอาเนื้อเยื่อส่วนที่ตายออกเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในเนื้อเยื่อเหล่านั้นได้ การตายมักเกิดจากสาเหตุที่สารพิษไปทำลายกลไกของกระบวนการหายใจหรือแทรกซ้อนระบบการทำงานของหัวใจ อัตราการตายของโรคนี้สูงถึงร้อยละ 50  อาการในทารกแรกเกิดมักแสดงเมื่อทารกมีอายุ 4-10 วัน โดยจะมีอาการดูดนมลำบาก หรือไม่ดูดนม เนื่องจากขากรรไกรแข็ง อ้าปากไม่ได้ ต่อมาแขนขาจะเกร็ง หลังแข็งและแอ่น ถ้าเป็นมากจะมีอาการชักกระตุกหน้าเขียวและถึงแก่ชีวิตในที่สุด

การรักษาโรคบาดทะยักมักไม่ค่อยได้ผลมากนัก ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยสามารถป้องกันได้โดย การดูแลรักษาบาดแผลที่เปื้อนดิน หรือสิ่งสกปรกให้สะอาด ใช้เครื่องมือในการทำคลอดที่สะอาดและรักษาความสะอาดของสะดือเด็กด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผลไม่ใช้แป้งหรือผงยาต่างๆโรย และควรเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กด้วยการพาเด็กไปรับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักตามตารางนัดหมายของแพทย์

Leave a Reply