สุขภาพ

โรคหัวใจในผู้สูงอายุ

โรคหัวใจในผู้สูงอายุ นั้นก็คืออาการของหัวใจขาดเลือด ที่มีสาเหตุมาจากหลอดเลือดหัวใจตีบนั่นเอง ดังนั้นเราจึงเรียกโรคชนิดนี้ว่า โรคหัวใจขาดเลือด หรือ โรคหัวใจตีบ เพราะหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการแข็งตัว จึงทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอโดยเฉพาะเวลาที่เราต้องการออกซิเจนมากๆ อย่างเวลาออกกำลังกาย โกรธ หรือเครียด ก็จะทำให้มีอาการเจ็บหน้าอกขึ้นมา นั่นเป็นเพราะ การสูบฉีดเลือดไม่ดีพอ ซึ่งถ้าเป็นแบบชั่วคราวเราจะเรียกว่า โรคก้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชั่วขณะ คือ เมื่อหยุดพักสักครู่ หรือเมื่อร่างกายต้องการออกซิเจนน้อยลง ก็จะทำให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติได้ แต่ถ้าอาการรุนแรง ถึงขั้นกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนตาย หรือเกิดการอุดตัน จนไม่สามารถนำเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ ก็จะเรียกว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย ถ้าเป็นแบบเฉียบพลันก็จะทำให้เกิดอาการช็อก หัวใจวาย และต้องนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อช่วยชีวิต

โรคหัวใจในผู้สูงอายุ

อาการที่บ่งบอกว่าคุณเป็นโรคหัวใจขาดเลือด
อาการที่สำคัญของโรคชนิดนี้ก็คือ การเจ็บหน้าอก แต่ทว่าการเจ็บหน้าอกนี้ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่ไม่ได้เป็นเพราะโรคหัวใจเพียงอย่างเดียว เช่น แบบหน้าอกเพราะกล้ามเนื้ออักเสบ หลอดอาหาร ปอด เยื่อหุ้มปอดทำงานผิดปกติ และยังรวมไปถึงกระดูกหน้าอก กระดูกซี่โครงอ่อนด้านหน้า และข้อต่อของกระดูกอีกด้วย เพราะฉะนั้น หากคุณมีอาการเจ็บแปล๊บๆ ที่หน้าอกก็สบายใจได้ เพราะอาการเจ็บที่หัวใจของคนที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด จะต้องมีความรู้สึกดังต่อไปนี้

– มีอาการเจ็บปวดเหมือนถูกกดทับ แน่นหน้าอกราวกับมีใครมากดหน้าอกของเราไว้

– จบแน่นที่ใต้ลิ้นปี่ เหมือนอาหารไม่ย่อย หรือท้องอืด ท้องเฟ้อ

– บางรายอาจมีอาการเจ็บร้าวที่บริเวณใกล้เคียง อย่าง หัวไหล่ แขน คอ ขากรรไกร หรือหลัง ระหว่างทางอาจมีอาการตัวเย็น เหงื่อออกมาก คลื่นไส้ เวียนศีรษะ และหมดแรงร่วมด้วย

– ระยะเวลาในการเจ็บและความรุนแรง จะขึ้นอยู่กับอาการตีบตันของหลอดเลือด ว่ามีมากเพียงใด หากตีบตันมาก อาการก็จะรุนแรง และเป็นอยู่นาน กว่าจะค่อยค่อยทุเลาลง

– มักเกิดอาการเมื่อผู้ป่วยอยู่ในอารมณ์โกรธจัด ตกใจ เสียใจ ตื่นเต้น เครียด หรือเวลาที่ต้องใช้แรงมากๆ เพราะทำให้ร่างกายต้องการสูบฉีดเอาออกซิเจนเข้าไปในร่างกาย หากหัวใจทำงานได้ไม่ทัน ก็จะเกิดอาการเจ็บปวดขึ้นมา

สาเหตุและผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

1. เมื่อมีอายุมากขึ้น ก็จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเพิ่มขึ้น ในเพศชายจะมีความเสี่ยงเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนในเพศหญิง จะมีความเสี่ยงเมื่ออยู่ในวัยหมดประจำเดือน หรืออายุ 50 ปีขึ้นไป

2. เป็นโรคอ้วนและไม่ค่อยออกกำลังกาย หรือรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำ เพราะตัวที่ทำให้เส้นเลือดอุดตันก็คือคอเลสเตอรอลที่ไปเกาะตามหลอดเลือดหัวใจนั่นเอง

3. เป็นโรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูงอยู่แล้วทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจด้วย

4. สูบบุหรี่

5. เครียดง่าย วิตกกังวลง่าย

6. มีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจมาก่อน

การรักษาโรคหัวใจ

โรคหัวใจขาดเลือดนี้วิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการ และความรุนแรงของผู้ป่วยเป็นสำคัญ เป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะรักษาไม่หายขาด ทั้งยังต้องดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์เป็นพิเศษอีกด้วย หากดูแลตนเองไม่ดีอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น แล้วหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจเต้นผิดปกติแบบเฉียบพลัน เป็นต้น การรักษาโรคหัวใจขาดเลือด ต้องทำหลายขั้นตอนร่วมกัน ดังนี้

– เลิกพฤติกรรมที่จะทำให้เป็นอันตรายมากขึ้น นั่นคือ การปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ การควบคุมไขมัน ควบคุมเบาหวาน และการเลิกสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด

– การรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือการใช้ยา โดยดูจากระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งการใช้ยานั้นก็เพื่อช่วยลดอาการเจ็บหน้าอก หรือช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น เพื่อป้องกันการจับตัวของเกร็ดเลือดตามผนังหลอดเลือด เพื่อละลายลิ่มเลือด ลดการอุดตัน และใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามอาการได้

– การรักษาด้วยการทำบอลลูน หรือขยายเส้นเลือดหัวใจที่ตีบตันให้สามารถนำเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ การทำบอลลูนกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัด โดยใช้สายสวนขึ้นไปยังหัวใจผ่านทางโคนขา เพื่อไปขยายส่วนที่ตีบให้เลือดผ่านได้ดีขึ้น

– การรักษาด้วยวิธีผ่าตัด เป็นการผ่าตัดเอาเส้นเลือดแดง หรือเส้นเลือดดำที่ขามาตอบเป็นเส้นเลือดหัวใจใหม่อีกเส้น เพื่อช่วยนำเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้อีกทางหนึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณเลือดให้กับหัวใจ

การป้องกันโรคหัวใจ

1. ออกกำลังกายเป็นประจำ
2. ควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติ
3. เลิกสูบบุหรี่
4. พักผ่อนให้เพียงพอ
5. รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำทุกวันและเปลี่ยนกรรมวิธีในการปรุงอาหารจากที่เคยทานผัดหรือทอดควรเปลี่ยนมาเป็นต้มหรือนึ่งแทนบ้าง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคหัวใจ

– โรคหัวใจเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาดเพราะฉะนั้นการป้องกันตนเองย่อมดีกว่าการรักษาในภายหลัง
– ตามสถิติแล้วเพศชายจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจมากกว่าเพชรหญิงประมาณ 3-5 เท่า
– สิ่งที่ทำให้อาการโรคหัวใจกำเริบมากขึ้น คือ การหักโหมทำงาน ความเครียด ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ท้องผูก พักผ่อนไม่เพียงพอ และสูบบุหรี่