การศึกษา

ไข่มุกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมีกี่ประเภท

ไข่มุก ถือเป็น อัญมณีมีค่าราคาแพงชนิดหนึ่งนะคะ ซึ่งมีได้หลายสี หลายขนาด โดยเฉพาะไข่มุกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จะยิ่งมีราคาแพงมาก เนื่องจากเป็นไข่มุกที่สวยและหายาก แต่เราเห็นว่าไข่มุกก็มีราคาไม่แพงมากนัก และมีขายอยู่มากมายดูไม่น่าเป็นของหายากนั้น เพราะมุกเหล่านี้เป็นมุกเลี้ยง ที่เกิดจากมนุษย์ใส่สิ่งกระตุ้นให้หอยที่เลี้ยงไว้สร้างไข่มุก ความสวยงามจึงไม่เท่ากับหอยที่สร้างไข่มุกเองตามธรรมชาติ แต่ก็ถือว่าเป็นไข่มุกแท้ ที่ผลิตจากตัวหอย ไม่ใช่เม็ดพลาสติกของปลอม

ประเภทของไข่มุกที่มีแหล่งกำเนิดตามธรรมชาตินั้น ก็สามารถแบ่งได้ดังนี้ค่ะ

Akoya Pearl

1 มุกอะโกย่า (Akoya Pearl) เป็นไข่มุกที่มีความแวววาวมากที่สุด ในบรรดาไข่มุกประเภทอื่น รูปร่างกลม ผิวเรียบ ถือว่าเป็นไข่มุกชั้นดีที่พบได้ในประเทศญี่ปุ่น

White South Sea Pearl

2 มุกขาวทะเลใต้ (White South Sea Pearl) เป็นไข่มุกที่มีขนาดใหญ่ จะสามารถพบได้ในประเทศที่มีภูมิประเทศแบบร้อนชื้น แถบแปซิฟิก, อินโดนีเซีย, พม่า และ ออสเตรเลีย เป็นไข่มุกที่หายากมากทำให้มีราคาสูง

Tahitian Pearl

3 มุกตาฮิติ (Tahitian Pearl) เป็นไข่มุกที่มีสีแตกต่างจากไข่มุกทั่วไป โดยจะมีสีเทาอ่อน สีดำ สีเขียวไปจนถึงสีม่วง และมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ทำให้มีราคาแพงมาก สามารถพบได้ที่หมู่เกาะ พอลินิเซีย ของประเทศฝรั่งเศส

Freshwater Pearl

4 มุกน้ำจืด (Freshwater Pearl) เป็นไข่มุกที่สามารถพบได้ง่ายกว่าไข่มุกชนิดอื่นๆ ตามแหล่งน้ำจืด และนิยมเพาะเลี้ยงเป็นมุกเลี้ยง มีขนาดหลากหลาย และมีความวาวน้อยกว่ามุกน้ำเค็ม จึงทำให้มีราคาถูกกว่า แต่ก็ไม่รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว

Mabe Pearl

5 มุกมาบิ (Mabe Pearl) เป็นไข่มุกครึ่งซีก เนื่องจากเป็นไข่มุกที่อยู่ติดกับส่วนของเปลือกหอย เป็นไข่มุกที่นิยมนำมาทำเป็นแหวน หรือต่างหู