สุขภาพ

ไข้หวัดกับภูมิแพ้ต่างกันอย่างไร

ไข้หวัด (common cold) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่ชื่อว่า Rhinovirus ทำให้เกิดอาการ เช่น มีไข้ต่ำๆ น้ำมูกใส คัดจมูก จามคันคอ

วิธีการรักษา เช่น ทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ ทานยาแก้แพ้เพื่อลดน้ำมูก ส่วนหลายๆ คนพอเริ่มมีอาการ ก็มักจะเรียกหายาแก้อักเสบ บอกว่าขอกินดักไว้ก่อน เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเลยค่ะ ยาแก้อักเสบที่ส่วนใหญ่เรียกกัน จริงๆ แล้วมันคือ ยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) ซึ่งเป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงไม่มีประโยชน์ในการรักษาไข้หวัด นอกเสียจากว่าตอนที่เราเป็นไข้หวัดจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย นอกจากนี้ที่เคยได้ยินกัน เรื่อง ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ไข้หวัด 2009 ก็เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเช่นเดียวกัน เพียงแต่เป็นสายพันธุ์ที่แตกต่างกันไข้หวัด

ส่วนเรื่องโรคภูมิแพ้ (Alerrgy) คือ ความผิดปกติจากการที่ภาวะคุ้มกันของร่างกายมีภาวะไวเกิน อาการภูมิแพ้จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นไรฝุ่น เกสรดอกไม้ อาหารทะเล นมวัว ซึ่งแต่ละคนจะแพ้ไม่เหมือนกัน อาการที่แสดงออกมา เช่น ตาแดง น้ำมูกไหล คัน ผื่น ลมพิษ บวม หอบหืด

วิธีการรักษาคือ ใช้ยาแก้แพ้ หรือใช้ยาสเตียรอยด์ในกรณีที่มีการแพ้แบบรุนแรง แต่วิธีการรักษาที่ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้แพ้ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้แนะนำให้ทายยาแก้แพ้ก่อนสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ การสัมผัสสิ่งที่แพ้เป็นประจำนอกจากจะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพลดลงแล้ว ยังกระตุ้นให้เกิดการแพ้มากขึ้นด้วย ดังนั้นหากใครรู้ตัวแล้วว่าแพ้อะไรก็พยายามหลีกเลี่ยงกันนะคะ ส่วนใครที่ยังหาสาเหตุไม่เจอ สามารถไปทำการทดสอบการแพ้ทางผิวหนัง (Skin test) ได้ที่โรงพยาบาลค่ะ

ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูกแตกต่างกันหรือไม่

ยาแก้แพ้ (Antihistamine) เป็นยาที่ลดอาการที่เกิดจากการแพ้ เช่น ลดอาการคัน ลดผื่น รวมถึงน้ำมูกด้วยนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันนี้เราแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1 Frist generation antihistamine เช่น chlorpheniramine, brompheniramine, hydroxyzine ยาในกลุ่มนี้จะมีผลข้างเคียง เรื่องการง่วงซึมมาก ทำให้ปากแห้ง คอแห้ง

2 Second generation antihistamine เช่น cetirizine, loratadine ยาในกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ได้ยาว และผลข้างเคียงเรื่องการง่วงซึมน้อย แต่จะออกฤทธิ์ได้ช้ากว่ายาในกลุ่มแรก

ถึงแม้ยาแก้แพ้จะเป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยและสามารถใช้ในระยะยาวได้ แต่ก็มีข้อระวัง เช่น ไม่ขับขี้รถ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรในช่วงที่ทานยา ไม่ควรทานยาร่วมกับแอลกอฮอล์

สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้สามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆ โดยพยายามสังเกตสิ่งที่ทำให้เกิดการแพ้ และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้แพ้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือใช้น้ำเกลือล้างจมูกเป็นประจำ เท่านี้ก็ไม่ต้องทานยาทุกวันแล้วค่ะ