สุขภาพ

การปฐมพยาบาลผู้ที่ได้รับพิษจากงู และการประเมินภาวะการได้รับพิษจากงู

การปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกงูกัด ผู้ปฐมพยาบาลจะต้องประเมินภาวการณ์ได้รับพิษงูก่อน เพื่อที่จะได้ให้การช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง โดยการประเมินจากรอยกัด ลักษณะของงู ท้องถิ่นที่ถูกงูกัด ตลอดจนอาการของการได้รับพิษงูอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมดประกอบกัน ดังนี้

  1. รอยกัด เนื่องจากงูพิษจะมีเขี้ยว 2 เขี้ยวอยู่ตอนบนของขากรรไกร ในขณะที่งูไม่มีพิษจะไม่มีเขี้ยว ดังนั้นบาดแผลที่ถูกงูพิษกัดจะต้องมีรอยเขี้ยวปรากฏอยู่ด้วย
  2. ลักษณะของงูและท้องถิ่นที่ถูกงูกัด ในกรณีที่มองเห็นงูก็อาจประเมินได้จากลักษณะของงูว่าเป็นงูมีพิษหรือไม่และเป็นงูชนิดใด แต่ถ้าหากไม่เห็นงูก็อาจอาศัยข้อมูลท้องถิ่นนั้นๆว่ามีงูชนิดใดชุกชุม ดังนี้

–          งูเห่า มีหัวกลม เกล็ดสีดำหรือสีน้ำตาลแก่ ตรงคอแผ่แม่เบี้ยและมีเครื่องหมายดอกจันทน์ พบได้ทั่วไปในภาคกลาง

–          งูจงอาง มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดางูพิษในประเทศไทย มีหัวกลมเป็นขีดบั้ง พบชุกชุมในป่าลึกภาคใต้และภาคกลาง

–          งูสามเหลี่ยม มีหัวกลมเหมือนงูเห่า ลำตัวเป็นรูปสามเหลี่ยม มีลายดำสลับขาวเป็นปล้องจากหัวถึงหาง ชอบหากินตามริมน้ำ พบมากในภาคกลาง

–          งูกะปะ มีหัวเป็นรูปสามเหลี่ยม พบชุมชุมในบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก และในสวนยางภาคใต้

–          งูแมวเซา มีหัวเป็นรูปสามเหลี่ยม ตัวสีเขียวอ่อน เวลาโกรธจะส่งเสียงคล้ายเสียงแมวกรน พบมากในภาคกลาง

–          งูเขียวหางไหม้ มีหัวเป็นรูปสามเหลี่ยม ลำตัวสีเขียวสด ส่วนปลายหางมีสีน้ำตาลไหม้ มักเกาะอยู่ตามต้นไม้สีเขียว หรือในน้ำที่มีพืชน้ำขึ้นรกเรื้อ พบมากแถวภาคกลาง งูชนิดนี้มีพิษน้อยที่สุกที่พบในประเทศไทย

–          งูทะเล มีหัวเล็ก หางเป็นรูปใบพาย เคลื่อนไหวในน้ำได้รวดเร็ว มีหลายชนิด เช่น งูคออ่อน งูแสมรัง งูชายธง พบมากตามชายฝั่งทะเลอ่าวไทย

อาการและอาการแสดงของพิษงู มีดังนี้

  1. พิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ได้แก่ พิษงูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม และงูทะเล โดยทำให้มีอาการง่วงนอน ซึมภายใน 15 นาทีหรือ 15 ชั่วโมง และมีอากาชาบริเวณที่ถูกกัดร่วมกับอาการอ่อนเพลีย อ้าปากไม่ขึ้น ขากรรไกรแข็ง พูดไม่ชัด ตามัว ลืมตาลำบาก เพราะหนังตาตก กลืนลำบาก แน่นหน้าอก เป็นอัมพาตทั่วร่างกาย หยุดหายใจและเสียชีวิตในที่สุด
  2. พิษต่อระบบไหลเวียนเลือด (Haemotoxic) ได้แก่ พิษของงูกะปะ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้ งูทะเล โดยจะมีอาการปวดบวมบริเวณที่ถูกกัด พิษของงูจะไปทำลายกลไกการแข็งตัวของเลือด ทำให้มีเลือดออกตามผิวหนังเห็นเป็นรอยจ้ำเลือด มีเลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในปอดทำให้ไอเป็นเลือด และเสียชีวิตจากการเสียเลือด
  3. พิษต่อระบบกล้ามเนื้อ (Myotoxin) ได้แก่ พิษของงูทะเลทั้งหมดซึ่งมีพิษชนิดที่มีผลกระทบต่อระบบประสาทด้วย สำหรับพิษต่อกล้ามเนื้อจะทำให้เกิดอาการหลังจากถูกกัด 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง โดยมีอาการปวดกล้ามเนื้อ เคลื่อนไหวแขนขาไม่ได้ ปัสสาวะเป็นสีน้ำตาล และมีภาวะไตล้มเหลว

วิธีการปฐมพยาบาล

  1. ให้กำลังใจไม่ให้ผู้ป่วยตกใจกลัว แล้วจัดให้ผู้ป่วยนั่งหรือนอนนิ่งๆ โดยให้บริเวณที่ถูกกัดอยู่ต่ำกว่าระดับหัวใจ และห้ามให้สารกระตุ้นระบบประสาท เช่น สุรา ชา กาแฟ เพราะจะทำให้ประเมินอาการของผู้ป่วยไม่ได้
  2. ใช้ผ้าหรือสายจางแบนๆ หรือเชือกรัดเหนือบาดแผลที่ถูกกัด ประมาณ 5-10 เซนติเมตร โดยรัดให้แน่น แต่สามารถสอดนิ้วมือเข้าไปได้และสามารถจับชีพจรส่วนปลายนั้นได้ และคลายผ้าที่รัดไว้ทุก 15 นาที ระยะเวลาที่คลายผ้านานประมาณ 0.5-1 นาที เพื่อลดการแพร่กระจายของพิษงูเข้าสู่หัวใจ
  3. ให้รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที โดยถ้าสามารถนำงูไปได้ก็ให้นำไปด้วยเพื่อจะให้ยาแก้พิษที่เฉพาะเจาะจง
  4. ถ้าผู้ป่วยมีภาวะหายใจหรือหัวใจล้มเหลว ให้ปฏิบัติการกู้ชีพก่อนแล้วรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที

Leave a Reply