บันเทิง

การเลือกลวดลายไทยให้เข้ากับผู้สวมใส่

ลวดลายผ้าไหมมีความหลากหลายสวยงามแตกต่างกันไปตามเอกลักษณ์ของกลุ่มวัฒนธรรม การออกแบบลวดลายผ้าไทยนั้น แต่เดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้นุ่งและห่ม คือ นุ่งเป็นผ้าซิ่น โจงกระเบนและผ้าห่มสไบหรือผ้าเบี่ยง ลวดลายผ้าไทยจึงมีโครงสร้างลวดลายที่เหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอยด้วย นอกจากนั้นผ้าบางชนิดยังมีคติความเชื่อเกี่ยวกับลวดลายต่างๆด้วย เช่น มัดหมี่พุทธประวัติ เป็นลวดลายพิเศษสำรับบูชา หรือใช้ในพิธีกรรม ไม่ควรนำมาตัดเย็บเสื้อผ้า แต่สามารถใช้เป็นผ้าประดับฝาผนังได้ ส่วนลวดลายสิ่งของเครื่องใช้และลวดลายสัตว์ เช่น ช้าง ม้า นาค เป็นลวดลายมงคลซึ่งใช้ในการแต่งกายมาแต่เดิม อาจเลือกออกแบบให้เหมาะสมกับการแต่งกายของสังคมในยุคปัจจุบันลวดลายผ้าไทย

การเลือกลวดลายผ้าไทย ควรพิจารณาทั้งโครงสร้างและขนาดของลวดลายว่าผ้าที่มีลวดลายตามทางยาวผ้านั้น เป็นลวดลายแนวขวาง ลวดลายทางยาว หรือลวดลายอิสระ ต้องคัดเลือกให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องความสูง ความเตี้ย และขนาดรูปร่างของผู้สวมใส่ โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกและวางลวดลายผ้า ดังนี้

ขนาดของลวดลาย ผู้ที่มีรูปร่างอ้วน ไม่ควรใช้ลวดลายขนาดใหญ่เกินไป เพราะจะลวงตาให้ดูว่ารูปร่างอ้วนมากขึ้น ส่วนคนรูปร่างผอม และเล็ก ลวดลายขนาดใหญ่ก็จะข่มให้ดูผอมและเล็กลงไปอีก จึงควรเลือกลวดลายขนาดกลาง ส่วนผู้ที่มีรูปร่างมาตรฐานสามารถเลือกใช้ลวดลายได้ทุกขนาด

โครงสร้างลวดลาย ควรพิจารณาดังนี้

ผ้าไทยที่มีลวดลายทางขวาง เช่น ผ้ามัดหมี่คั่น ผ้าซิ่นก่าน เหมาะกับคนที่มีรูปร่างสูง แนวขวางของลายผ้าจะช่วยพรางตาให้ดูรูปร่างเตี้ยลง

ผ้าไทยที่มีลายทางยาว เช่น ผ้าจ่องและผ้าซิ่นตาหมู่ เหมาะกับคนที่มีรูปร่างเตี้ย เพราะแนวทางยาวหรือแนวดิ่งของลวดลายจะช่วยพรางตาให้ดูรูปร่างสูงขึ้น ส่วนผ้าไทยที่มีโครงสร้างลวดลายอิสระนั้น สามารถใช้ได้กับทุกคน

การเลือกลวดลายผ้าไทยที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเสริมบุคลิกผู้สวมใส่ให้ดูดีขึ้น