สิ่งแวดล้อม

การแพร่กระจายและและการตกค้างในสิ่งแวดล้อมของสารเคมีทางการเกษตร

ปัญหาเกี่ยวกับสารเคมีเกษตรตกค้างในสิ่งแวดล้อมนั้น มิได้เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ที่มีการใช้สารนี้เม่านั้น แต่สามารถจะแพร่กระจายตกค้างในบริเวณกว้างได้ ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา เริ่มจากสารพิษตกค้างในดินและลำต้นพืชหลังจากการฉีดพ่น จะเกิดการสะสมส่วนหนึ่ง บางส่วนจะฟุ้งกระจายไปในบรรยากาศ บางส่วนซึมลงไปในดิน ส่วนใหญ่จะถูกฝนชะ และพัดพาไปกับน้ำไหลบ่าหน้าดิน ไหลลงสู่แหล่งน้ำ จากนั้นจะเกิดการถ่ายทอดสารเหล่านี้ผ่านห่วงโซ่อาหารเข้าสู่สิ่งมีชีวิตต่างๆต่อไป

1.  การแพร่กระจายในดิน ในการเพาะปลูกพืชนั้น เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องใช้สารเคมีเกษตรในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั้งก่อนปลูก ขณะที่พืชกำลังเจริญเติบโต และก่อนการเก็บเกี่ยว ดินจึงเป็นแหล่งรองรับสารเหล่านี้โดยตรง นอกจากนี้สารเคมีเกษตรบางชนิดยังนิยมใช้ในอาคารบ้านเรือนด้วย ทำให้โอกาสที่สารเหล่านี้จะสะสมในดินจึงมีมากยิ่งขึ้น สารเคมีเกษตรตกค้างอยู่ในดิน อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปในหลายลักษณะได้แก่

– สลายตัวโดยปฏิกิริยาทางเคมี (chemical decomposition)

– สลายตัวโดยแสง (photodegradation)

– สลายตัวโดยถูกจุลินทรีย์ย่อยสลาย (microbbialdegradation)

– ระเหยเข้าสู่บรรยากาศ (volatilization)

– เคลื่อนย้ายไปสู่แหล่งน้ำ (movement by runoff and water-table)

– เข้าสู่สิ่งมีชีวิต (plant or organism uptake)

สารเคมีเกษตรบางชนิดอาจสลายตัวได้ง่ายเมื่ออยู่ในดิน แต่สารบางชนิดมีความคงทนมากในดิน สามารถตกค้างสะสมได้เป็นเวลานาน

2.  การแพร่กระจายในน้ำ การปนเปื้อนของสารเคมีเกษตรในแหล่งน้ำนั้นมาจากหลายสาเหตุด้วยกันดังต่อไปนี้

– การฉีดพ่นสารเคมีเกษตรลงสู่แหล่งน้ำโดยตรงเพื่อกำจัดยุงและวัชพืชน้ำ

– การกัดชะดินของฝนและน้ำไหลบ่าหน้าดินผ่านพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีเกษตรก่อนลงสู่แหล่งน้ำ

– การระบายน้ำทิ้งจากบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้สารเคมีเกษตรลงสู่แหล่งน้ำ โดยมิได้มีวิธีกำจัดเสียก่อน

– การทิ้งหรือล้างภาชนะที่บรรจุสารเคมีเกษตรลงสู่แหล่งน้ำ

– การใช้สารเคมีเกษตรในบริเวณพื้นที่เกษตรใกล้กับแหล่งน้ำ

อย่างไรก็ตามสารพิษตกค้างในน้ำอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ตกค้างในน้ำผิวดิน (surface water) และตกค้างในแหล่งน้ำใต้ดิน (ground water) สารพิษตกค้างในแหล่งน้ำผิวดินตามที่กล่าวแล้วเป็นสารที่พบได้ในแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำสาธารณะทั่วไป มีที่มาจากการตั้งใจใช้สารลงน้ำโดยตรง หรือเกิดจากการปนเปื้อนและการถ่ายเทมาจากพื้นที่เกษตรกรรม สำหรับแหล่งน้ำใต้ดินซึ่งเป็นแหล่งน้ำอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดิน อาจถูกดูดขึ้นมาใช้ประโยชน์ดื่มกินได้

3.  การแพร่กระจายในบรรยากาศ ในปัจจุบันการฉีดหรือพ่นสารเคมีการเกษตรทางอากาศกำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากในต่างประเทศ ทั้งนี้เพราะทุ่นเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก โดนเฉพาะสามารถป้องกันหรือกำจัดการระบาดของศัตรูพืชได้โดยด่วน และในพื้นที่เป็นบริเวณกว้างร่วมกับการฉีดพ่นสารทางภาคพื้นดิน ทำให้สารพิษมีโอกาสปลิวปะปนอยู่ในบรรยากาศได้มาก และทำให้เกิดอันตรายต่อแปลงเพาะปลูกข้างเคียงหรือพืชที่อื่น จนถึงกับเป็นพิษต่อมนุษย์ได้ ในบรรยากาศมีสารตกค้างของสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชหลายชนิด ในขณะที่มีการฉีดพ่นสารพิษนั้น ฝุ่นละอองในอากาศจะดูดซึมละอองของสารพิษนั้นไว้ และยังสามารถดูดซับเอาส่วนที่ระเหยจากผิวหน้าดินขึ้นสู่บรรยากาศได้ เมื่อฝนตกก็จะชะเอาละอองของสารเหล่านี้ลงสู่แหล่งน้ำ

Leave a Reply