ความปลอดภัย

ข้อมูลทั่วไปและความสามารถในการก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของแอมโมเนีย

แอมโมเนีย (NH3) เป็นก๊าซไม่มีสีที่อุณหภูมิและความดันปกติ กลิ่นฉุนคล้ายปัสสาวะรุนแรงมาก น้ำหนักโมเลกุล 17.03 จุดเยือกแข็ง -77.70 องศาเซลเซียส จุดเดือด -33.4 องศาเซลเซียส เมื่ออัดด้วยความดันสูงจะกลายเป็นของเหลว หากปล่อยให้ระเหยจะดูดความร้อน จึงใช้ก๊าซแอมโมเนียในอุปกรณ์ทำความเย็นได้ แอมโมเนียละลายน้ำได้ดี ได้สารละลายแอมโมเนียไฮดรอกไซด์ ความเข้มข้นสูงสุดในน้ำ ประมาณร้อยละ 25-29 และความเข้มข้นร้อยละ 10 ใช้สำหรับเป็นยาประจำบ้าน ก๊าซชนิดนี้ติดไฟได้เองที่อุณหภูมิ 651 องศาเซลเซียส

การผลิตแอมโมเนียได้จากปฏิกิริยาระหว่างก๊าซไนโตรเจนในบรรยากาศและไฮโดรเจน เช่น โดยการเป่าไอน้ำร้อนไปที่ถ่านหินซึ่งร้อนแดงให้เกิดไฮโดรเจน และปล่อยไอน้ำร้อนพร้อมอากาศที่ถ่านหินซึ่งร้อนแดงให้เกิดไนโตรเจนและทำปฏิกิริยาได้ก๊าซแอมโมเนีย

ปัจจุบันนิยมใช้ก๊าซแอมโมเนียกับอุปกรณ์ทำความเย็นขนาดใหญ่ เช่น โกดัง ห้องเย็บเก็บอาหารแช่แข็ง โรงทำน้ำแข็ง เป็นต้น แอมโมเนียหรือแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ ใช้ผลิตปุ๋มเคมี สำหรับเกษตรกรรม สารเคมี พลาสติก วัตถุเสพติด กรดไนตริก สารเคมีกำจัดศัตรูพืช  น้ำยาล้างกระจก และผงซักฟอก เป็นต้น

สารละลายเจือจางร้อยละ 10 ของแอมโมเนียในน้ำใช้สูดดมแก้เป็นลมหมดสติ โดยชุบสำลีให้ผู้ป่วยสูดดมหรือที่เรียกว่า เยี่ยวอูฐ นอกจากนี้มีการเติมแอมโมเนียในน้ำยางดิบเพื่อป้องกันการแข็งตัวด้วย

อันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เกิดจากการสูดดม การสัมผัสและการกลืนกินโดยอุบัติเหตุทั้งแอมโมเนีย และแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ ในปริมาณที่มากพอ สามารถทำลายเซลล์โดยตรงเนื่องจากความเป็นด่างของสาร ทำให้ระคายเคืองและเจ็บปวดรุนแรงเมื่อสารถูกเยื่อเมือก แอมโมเนียจะทำปฏิกิริยาเป็นเกลือและใช้สังเคราะห์ยูเรีย (Urae) ในร่างกาย

พิษส่วนใหญ่เกิดจากการสูดดมไอระเหยของก๊าซ ที่ความเข้มข้น 1,000 พีพีเอ็ม จะระคายเคืองตาและทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ไอ อาเจียน เยื้อเยื่อในปาก คอ และจมูกแดง  ถ้ามากกว่า 1,000 พีพีเอ็ม ทำให้ริมฝีปากบวม ตาบอดชั่วคราว กระวนกระวาย แน่นหน้าอก ซีดเขียว หัวใจเต้นอ่อนและเร็ว

พิษจากการสัมผัส คือ ปวดร้อน ผิวหนังถูกทำลาย หากเข้าตาจะมีอาการปวดรุนแรง ตาขาวบวม และตาดำฝ้ามัว

การกลืนกิน พิษไม่รุนแรงเท่าโซเดียมไฮดรอกไซด์ มีอาการปวดรุนแรงในปาก หน้าอก และท้อง ไอ อาเจียน สลบ ระคายเคืองปอด อาจมีปอดบวมน้ำ

Leave a Reply