กฎหมาย

ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับสิทธิบัตรหลักการใช้งานสิทธิบัตร

–     การประดิษฐ์คิดค้น หรืออกแบบผลิตภัณฑ์ขึ้นใหม่ แล้วมีการนำออกไปเปิดเผยผ่านทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์มาก่อน ถือว่าสิ่งที่ได้ประดิษฐ์คิดค้น หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ขึ้นนั้น ไม่เป็นสิ่งประดิษฐ์ หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ขึ้นใหม่ทันที ทั้งนี้เพราะ สิ่งที่ขอรับสิทธิบัตรได้ จะต้องเป็นการประดิษฐ์คิดค้นหรือออกแบบผลิตภัณฑ์ขึ้นใหม่ และยังไม่เคยมีการเปิดเผยสาระสำคัญมาก่อนไม่ว่าในหรือต่างประเทศ เว้นแต่ เป็นการแสดงในงานที่หน่วยงานราชการได้จัดให้มีขึ้น ถือว่ายังมีสิทธิที่จะขอรับสิทธิบัตรได้ ทั้งนี้จะต้องนำไปจดทะเบียนภายใน 12 เดือน นับแต่วันเปิดงานแสดง

–     การจดทะเบียนสิทธิบัตรในประเทศไทย จะให้ความคุ้มครองเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น หากต้องการจะได้รับความคุ้มครองที่ประเทศใด ก็ต้องไปยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรในประเทศนั้นๆ และการยื่นขอจดทะเบียนในต่างประเทศ จะต้องยื่นภายในเวลาที่กฎหมายแต่ละประเทศกำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเวลา 12-18 เดือน นับจากวันยื่นครั้งแรก

–     เมื่อได้ยื่นคำขอสิทธิบัตรไว้แล้ว ก่อนการประกาศโฆษณา เจ้าหน้าที่จะต้องปกปิดไว้เป็นความลับ และในระหว่างการพิจารณารับจดทะเบียน หากมีการลอกเลียนแบบ แม้ว่าผู้ขอยังไม่มีสิทธิตามกฎหมาย แต่ก็สามารถที่จะยื่นหนังสือเตือนให้ผู้ลอกเลียนแบบทราบ เมื่อได้รับการจดทะเบียนแล้ว หากผู้ลอกเลียนแบบยังไม่ยุติการกระทำ ผู้ขอสามารถดำเนินการตามสิทธิที่ได้รับตามกฎหมายได้ทันที และสามารถเรียกร้องย้อนไปถึงวันประกาศโฆษณาตามขั้นตอนการขอรับสิทธิบัตร

–     เนื่องจากกฎหมายสิทธิบัตรไทยใช้หลักปฏิบัติเยี่ยงคนในชาติ หรือหลักต่างตอบแทน ที่ยอมให้คนที่มีสัญชาติประเทศอื่นยื่นขอรับสิทธิบัตรในประเทศไทยได้ หากว่ากฎหมายภายในประเทศนั้นยินยอมให้คนไทยสามารถยื่นสิทธิบัตรได้ ดังนั้นคนไทยก็สามารถยื่นขอรับสิทธิบัตรในต่างประเทศได้ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ฯลฯ หากแต่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละประเทศ เช่น การแต่งตั้งตัวแทนเพื่อดำเนินการแทนผู้ขอ เป็นต้น

–     เมื่อยื่นขอรับสิทธิบัตรไว้แล้ว หากผู้ขอประสงค์ที่จะผลิตสิ่งที่ขอรับสิทธิบัตรนั้นเป็นสินค้าเพื่อจำหน่าย ไม่จำเป็นต้องรอจนกว่าจะได้รับการจดทะเบียน ผู้ขอมีสิทธิที่จะใช้คำว่า “รอรับสิทธิบัตร” โดยกำกับคำว่า “คำขอสิทธิบัตรที่ *******” บนตัวสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้านั้น และห้ามใช้คำว่า “สิทธิบัตร” หรือ “สิทธิบัตรไทย” หรือคำที่เป็นภาษาต่างประเทศที่มีความหมายเช่นเดียวกันก่อนที่จะได้รับการจดทะเบียน

Leave a Reply