อื่นๆ

ข้าวหอมมะลิ (Thai Jusmine, Hawm Mali Rice หรือ Jasmine rice)

หลายคนที่เคยมีโอกาสได้ย่ำเท้าไปบนคันนาที่ปลูกข้าวหอมมะลิในยามเช้าตรู่ ช่วงเวลาที่น้ำค้างยังคงเกาะยอดหญ้า และสายลมอ่อนๆ กำลังพัดโชยกลิ่นข้าวหอมๆ คล้ายใบเตยพลิ้วมา ชั่วขณะนั้นแม้ว่าเราจะดูไม่ออกว่าทุ่งนาแสนกว้างใหญ่ผืนนั้นปลูกข้าวพันธุ์อะไร หากแต่ความหอมละมุนที่มีลักษณะเฉพาะ ก็ได้บอกให้เรารู้ว่า กำลังเดินอยู่ท่ามกลางทุ่งหอมมะลิสีเขียวขจี ต้นข้าวที่พลิ้วไหวโอนเอนด้วยแรงลมทุ่งมองแล้วประดุจเส้นผมอันยาวสลวยของแม่โพสพ ว่ากันว่ากลิ่นหอมละมุนละไมของข้าวหอมนั้นลดความเหนื่อยล้า และสร้างความสุขสดชื่นให้แก่ชาวนาผู้เพียรพยายามเฝ้าทะนุถนอมต้นข้าวตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งเก็บเกี่ยวเข้ายุ้งฉาง ซึ่งกลิ่นหอมที่ว่านี้คือ สารน้ำมันที่ระเหยได้ จะมีเฉพาะในข้าวบางพันธุ์เท่านั้น โดยจะเริ่มมีตั้งแต่ข้าวยังเป็นต้นกล้าจนกระทั่งข้าวหุงสุกข้าวหอมมะลิ

ว่ากันว่าเสน่ห์ของข้าวหอมมะลิก็คือความหอมกรุ่นละมุนละไมและเมล็ดอันอ่อนนุ่มเมื่อยามหุง โดยเฉพาะการหุงด้วยเตาถ่าน หรือเตาฟืน ที่จะทำให้มีความหอมเฉพาะตัว พูดง่ายๆ ก็คือ จะหอมยิ่งกว่าการหุงด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้า หรือเตาแก๊สนั่นเอง นอกจากความหอมของข้าวดังที่ว่าแล้ว ข้าวหอมมะลิยังถูกนำมาปรุงพันธุ์ใหม่ให้สามารถทนแล้ง ทนดินเปรี้ยว และดินเค็ม ได้เป็นอย่างดี ทุกวันนี้พื้นที่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้จึงเป็นแผ่นดินทองที่สร้างข้าวหอมมะลิคุณภาพดีมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

“ข้าวหอมมะลิ” เป็นชื่อเรียกทางการค้าซึ่งปัจจุบันมี 2 สายพันธุ์ที่เป็นที่นิยม คือ มะลิ105 และ กข15 แต่ที่ชาวนาทั่วทุกภาคของประเทศนิยมปลูกกันมากในเวลานี้ คือ มะลิ105

ข้าวหอมมะลินั้นถือเป็นพันธุ์ข้าวที่มีการเพาะปลูกมายาวนานในแผ่นดินไทย ซึ่งแต่ละพื้นถิ่นอาจเรียกชื่อแตกต่างกันออกไป บางพื้นที่เรียกข้าวดอกมะลิ ข้าวขาวมะลิ ขาวหอม โดยชื่อข้าวหอมมะลิ105 ปรากฏเป็นที่รู้จักกันในราว พ.ศ. 2494 เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่รวบรวมได้จากเกษตรกรชาวอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนายสุนทร สีหะเนิน พนักงานข้าว อำเภอบางคล้า เป็นผู้นำตัวอย่างพันธุ์ข้าวจำนวน 199 รวง มาปลูกเพื่อศึกษาสายพันธุ์ ณ กองบำรุงพันธุ์ และได้นำไปคัดเลือกเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ ณ สถานีทดลองข้าวโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ในปี พ.ศ. 2498 การทดลองพันธุ์และคัดเลือกใช้เวลา 2 ปี จนกระทั่งได้ข้าวที่ทดลองพันธุ์ในแถวที่ 105 จากนั้นได้นำไปทดลองในแปลงพื้นที่ภาคเหนือ กลาง และอีสาน ในปี พ.ศ. 2502 จนได้สายพันธุ์ขาวดอกมะลิ 4-2-105 ซึ่งหมายถึง สถานที่เก็บรวงข้าว คือ อำเภอบางคล้า(4) พันธุ์ทดสอบที่ 2 ขาวดอกมะลิ(2) และรวงในแถวที่ 105 จนพบว่าผลผลิตมีความเหมาะสมที่จะนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรไทยเพาะปลูก และต่อมาได้มีมติพิจารณารับรองพันธุ์ข้าวหอมมะลิ ในชื่อของข้าวหอมมะลิ105 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2502 ซึ่งคณะกรรมการได้ระบุคุณลักษณะสำคัญดังนี้

1 เป็นข้าวที่ไวต่อแสง

2 ความสูงของต้นข้าวประมาณ 140 – 150 เซนติเมตร

3 อายุดอกประมาณวันที่ 20 ตุลาคมและสุกแก่เก็บเกี่ยวได้ประมาณวันที่ 20 พฤศจิกายน

4 ระยะฟักตัวของเมล็ดประมาณ 8 สัปดาห์

5 ขนาดของเมล็ดข้าวกล้องยาว 7.5 มิลลิเมตร กว้าง 2.1 มิลลิเมตร หนา 1.8 มิลลิเมตร

6 ลักษณะเมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง เมล็ดเรียวยาวก้นงอน

ข้อดี

1 ความคงทนต่อสภาพแล้ง ทนต่อดินเปรี้ยว ดินเค็ม

2 คุณภาพการขัดสีดี เมล็ดข้าวสารใส แข็ง มีท้องไข่น้อย

3 นวดง่ายเนื่องจากเมล็ดร่วงจากรวงง่าย

4 นำมาหุงต้มมีกลิ่นหอม เมล็ดนุ่ม

5 เป็นที่ต้องการของตลาดขายได้ราคาดี

ข้อจำกัด

1 ไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง โรคใบสีส้ม โรคจุดสีน้ำตาล โรคไหม้ และโรคใบหงิก

2 ไม่ต้านทานแมลงบั่ว และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

3 ต้นอ่อนล้มง่าย ถ้าปลูกในดินที่อุดมสมบูรณ์สูง

ที่มา : วารสารวัฒนธรรม ปีที่ 53 ฉบับที่ 4 , ตุลาคม – ธันวาคม 2557