สิ่งแวดล้อม

ลา นีญา (La Nina)

ลา นีญา (La Nina) มีชื่อเรียกต่าง ๆ กันหลายชื่อ เช่น น้องของ เอล นิโญ สภาวะตรงข้าม เอล นิโญ สภาวะที่ไม่ใช่ เอล นีโญ และฤดูกาลที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเย็น (season with cold SSTs) เป็นต้น เป็นปรากฏการณ์ที่กลับกันกับ เอล นิโญ คือลมจะพัดพาผิวน้ำทะเลที่อุ่นจากตะวันออกไปสะสมอยู่ทางตะวันตกมากยิ่งขึ้น ทำให้บริเวณแปซิฟิกตะวันตก รวมทั้งบริเวณตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชีย ซึ่งเดิมมีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าทางตะวันออกอยู่แล้วยิ่งมีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงขึ้นไปอีก อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้นส่งผลให้อากาศเหนือบริเวณดังกล่าวมีการลอยตัว ขึ้นและกลั่นตัวเป็นเมฆและฝนบริเวณด้านตะวันตกของแปซิฟิกเขตร้อน ส่วนแปซิฟิกตะวันออกมีการไหลขึ้นของน้ำเย็นระดับล่างขึ้นไปยังผิวน้ำซึ่งทำให้บริเวณดังกล่าวแห้งแล้งและจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรุนแรง อุณหภูมิที่ผิวน้ำทะเลจึงลดลงต่ำกว่าปกติ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ทุก 2 – 3 ปี และปกติจะเกิดขึ้นกินเวลานานประมาณ 9 – 12 เดือน แต่บางครั้งอาจเกิดขึ้นได้นานถึง 2 ปี

ผลกระทบจากปรากฏการณ์ ลา นีญา

จากการที่ปรากฏการณ์ ลา นีญา เป็นสภาวะตรงข้ามของเอลนีโญ ดังนั้นผลกระทบของ ลา นีญา จึงตรงข้ามกับเอลนีโญ กล่าวคือ ผลจากการที่อากาศลอยขึ้นและกลั่นตัวเป็นเมฆและฝนบริเวณแปซิฟิกตะวันตกเขตร้อน ทำให้ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมไปถึงแอฟริกาใต้ มีฝนมากและมีน้ำท่วม ขณะที่บริเวณแปซิฟิกตะวันออกเขตร้อน ตะวันออกของแอฟริกา และตอนใต้ของอเมริกาจะมีฝนน้อยและแห้งแล้งกว่าปกติ ส่วนผลกระทบที่มีต่อรูปแบบของอุณหภูมิ ในช่วง ลา นีญา อุณหภูมิผิวพื้นบริเวณเขตร้อนทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกโดยเฉลี่ยจะลดลง และมีแนวโน้มต่ำกว่าปกติ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ขณะที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรรวมถึงพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ ออสเตรเลียมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ

ส่วนในประเทศไทย ปรากฏการณ์ ลา นีญา ส่งผลต่อ ปริมาณฝนของประเทศไทยส่วนใหญ่สูงกว่าปกติโดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูฝน สำหรับอุณหภูมิปรากฏว่าโดยทุกภาคของประเทศไทยมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติมากขึ้นทุกฤดู

Leave a Reply