สิ่งแวดล้อม

วิธีการสำรวจข้อมูลการใช้น้ำของชุมชนจากข้อมูลของการประปา

วิธีนี้เหมาะสำหรับชุมชนที่มีการจ่ายน้ำประปาเข้าอย่างทั่วถึง หรือเกือบครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ วิธีนี้มีข้อดี คือ ผู้ศึกษาไม่ต้องเสียเวลาเก็บข้อมูลภาคสนาม (primary data) มาก การเก็บข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็นการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data) แล้วนำมาแปร ผลข้อมูล แต่วิธีนี้มีข้อจำกัด คือ เขตพื้นที่ให้บริการจำหน่ายน้ำของการประปา มักจะไม่ใช่เขตเดียวกับพื้นที่ให้บริการบำบัดน้ำเสียของหน่วยการที่รับผิดชอบการบำบัดน้ำเสีย ได้แก่ สำนักงานเทศบาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เทศบาลนคร เทศบาลเมือง หรือเทศบาลตำบลก็ตามทำให้การแปรผลข้อมูลมีความยุ่งยากพอสมควร ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงไม่สามารถนำข้อมูลปริมาณน้ำจำหน่ายมาคำนวณปริมาณน้ำเสียได้โดยตรง แต่จะต้องนำมาคำนวณหาอัตราการใช้น้ำต่อประชากรเสียก่อน แล้วจึงนำไปคูณกับจำนวนประชากรทั้งหมดในพื้นที่ให้บริการ หรือในพื้นที่ระบบน้ำย่อย จึงจะสามารถนำมาคิดปริมาณน้ำเสียได้ โดยวิธีนี้จะต้องรวบรวมข้อมูลต่างๆ จากการประปา ดังต่อไปนี้

–   ข้อมูลการผลิตและจำหน่ายน้ำประปา ปริมาณน้ำสูญเสีย การใช้น้ำเพื่อกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ เช่น การรดน้ำสวนสาธารณะ การดับเพลิง เป็นต้น รวมไปถึงแผนการพัฒนาระบบผลิตน้ำประปา ทั้งในส่วนของการเพิ่มกำลังการผลิต (plant capacity) การวางโครงข่ายท่อจ่ายน้ำ และการขยายเขตให้บริการในอนาคต (service area)

–   แยกประเภทของผู้ใช้ออกเป็นประเภทต่างๆ เช่น ย่านที่อยู่อาศัย ย่านธุรกิจการค้า เป็นต้น และแยกปริมาณน้ำใช้ตามประเภทของผู้ใช้น้ำ แล้วนำมาหาอัตราการใช้น้ำแยกตามประเภทผู้ใช้น้ำ มีหน่วยเป็น ลิตร/คน/วัน (lpcd)

–   ปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการผลิต การจำหน่าย และการใช้น้ำประปา เช่น ชุมชนที่มีการวางโครงข่ายท่อจ่ายน้ำไปไม่ถึงจำเป็นจะต้องนำน้ำบาดาลมาใช้อาจจะมีการใช้น้ำที่ต่ำกว่าพื้นที่อื่นๆเป็นต้น

–   ข้อมูลการใช้น้ำของสถานประกอบการขนาดใหญ่ภายในชุมชน เช่น โรงแรม โรงพยาบาล ตลาดสด ศูนย์การค้า สถานศึกษา สถานที่ราชการ โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น สถานประกอบการเหล่านี้ถึงแม้จะไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำเสียทั้งหมดที่รวบรวมเข้าสู่ระบบบำบัดรวม (central treatment plant) แต่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ขนาดรวบรวมระบบน้ำเสียเปลี่ยนแปลงไป

การคาดการณ์ปริมาณน้ำเสียจากการใช้น้ำ มีสมมติฐานว่าน้ำประปา หรือน้ำใช้ที่ชุมชนใช้ในการอุปโภคบริโภค จะกลายเป็นน้ำเสียประมาณร้อยละ 60-90% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปนิสัย และมาตรฐานการครองชีพของประชาชนแต่ละชุมชน แต่สำหรับประเทศไทยนิยมใช้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80% น้ำเสียที่เกิดขึ้นจากแต่ละแหล่งกำเนิดเมื่อไหลลงสู่ท่อระบายน้ำจะถูกเจือปนด้วยน้ำใต้ดินที่ไหลซึมเข้าสู่ท่อระบายน้ำหรือท่อรวบรวมน้ำเสียประมาณ 20% ของปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิด จึงพบว่าปริมาณน้ำเสียทั้งหมดจะเท่ากับ 0.96 เท่าของปริมาณการใช้น้ำ

อัตราการทิ้งน้ำเสียรวม (ลิตร/หน่วย/วัน) = 0.96 x อัตราการใช้น้ำ ณ แหล่งกำเนิด (ลิตร/หน่วย/วัน)

Leave a Reply