สุขภาพ

สารตะกั่ว โลหะหนักที่สามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร

ตะกั่ว (Lead) เป็นโลหะหนัก เป็นสารที่มีมากที่สุดตัวหนึ่งในเปลือกโลก มีน้ำหนักมาก สีเทา แข็งนุ่ม ตะกั่วอินทรีย์ประกอบด้วยออกไซด์ของตะกั่ว สารประกอบเมทัลลิกของตะกั่ว และเกลือของตะกั่ว (รวมทั้งเกลืออินทรีย์ เช่น lead soaps) การได้รับสารตะกั่ว หรือสารประกอบของตะกั่วเข้าสู่ร่างกายอาจก่อให้เกิดอาการเป็นพิษตามระบบต่างๆของร่างกาย ตะกั่วที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรมแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ตะกั่วอินทรีย์ (Inorganic lead) เช่น Lead Oxide ซึ่งใช้มากในโรงงานทำแบตเตอรี่ ทำสี Lead Chromate ใช้ทำสีทาบ้าน ส่วนตะกั่วอินทรีย์ (Organic lead) ได้แก่ Tetramethyl lead และ Tetraethyl lead ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เครื่องยนต์เดินเรียบ (Antiknock compound) โรคพิษตะกั่วพบได้บ่อยในประเทศไทย โดยเริ่มมีรายงานโรคครั้งแรกตั้งแต่ พ.ศ. 2495

สารตะกั่วถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร โดยมีสัดส่วนการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายประมาณร้อยละ 40และ 10 ตามลำดับ การดูดซึมสารตะกั่วผ่านทางเดินอาหารจะมากขึ้นในผู้ที่ขาดธาตุเหล็ก และแคลเซียมในร่างกาย และในเด็กจะถูกดูดซึมได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ตะกั่วอินทรีย์ในรูป เตตระเอทธิล และเตตระเมธิล ยังถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ทางผิวหนังได้อีกด้วย

เมื่อตะกั่วถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด สารตะกั่วจะจับกับเม็ดเลือดแดงเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่กระจายใจพลาสมาจะเป็นส่วนที่กระจายเ้ข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆ เช่น สมอง ไต ตับ ผิวหนัง และกล้ามเนื้อ และทำให้เกิดผลกระทบต่างๆในเนื้อเยื่อเหล่านี้ นอกจากนี้สารตะกั่วยังอาจซึมผ่านจากกระแสเลือดของหญิงตั้งครรภ์ผ่านรกเข้าสู่ร่างกายทารกในครรภ์ได้อีกด้วย

ตะกั่วทำให้เกิดผลกระทบต่างๆในเนื้อเยื่อโดยการรบกวนการทำงานของเอนไซม์ต่างๆในเซลล์ รวมทั้งเอนไซม์ในระบบการสังเคราะห์ฮีโมโกลบิน สารตะกั่วที่ถูกดูดซึมส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ที่กระดูก ตะกั่วจะถูกขับออกจากร่างกายทางไตเป็นหลัก ค่าครึ่งชีวิต (half life) ในเลือดและกระดูดยาวประมาณ 60 วัน และ 5-10ปีตามลำดับ ตะกั่วจะถูกปล่อยออกจากกระดูกและทำให้ความเข้มข้นของตะกั่วในเลือดสูงขึ้นในกรณีที่ร่างกายมีการสลายกระดูกในอัตราที่สูงขึ้น เช่น ในผู้สูงอายุภาวะกระดูกพรุน กระดูกหัก การตั้งครรภ์ และภาวะต่อมพาราไธรอยด์ทำงานเกิน เ็ป็นต้น

อาการและอาการแสดงจากการสัมผัสตะกั่วอนินทรีย์

แบบเฉียบพลัน เกิดจากการสัมผัสสารตะกั่วทางการหายใจหรือการกิน ในระดับความเข้มข้นสูง ในระยะสั้น อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดมวนท้อง อาเจียน ท้องผูก ปวดศีรษะ นอกจากนี้ยังมีผลต่อระบบประสาท เช่น เกิดภาวะซึม สับสน ชัก และ หมดสติ

แบบค่อยเป็นค่อยไป เกิดจากการสัมผัสตะกั่วในระยะเวลาค่อนข้างนาน ผู้ป่วยเหล่านี้มักมีอาการหลากหลายและมีลักษณะที่ไม่จำเพาะกับภาวะพิษจากสารตะกั่ว เช่น อ่อนเพลีย ซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย โลหิตจาง ต่อมาอาจมีอาการปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ และตามด้วยอาการทางระบบประสาท เช่น นอนไม่หลับ ขาดสมาธิ ความจำเสื่อม ในระยะยาวผู้ป่วยอาจมีภาวะเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมทำให้เกิดอาการอ่อนแรงทางแขนและขา นอกจากนี้ผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจมีปัญหามีบุตรยากจากความผิดปกติของการสร้างตัวอสุจิด้วย

อาการและอาการแสดงจากการสัมผัสตะกั่วอินทรีย์

ผู้ป่วยประเภทนี้มักแสดงอาการทางระบบประสาทเท่านั้น เพราะสารตะกั่วอินทรีย์มีคุณสมบัติละลายในไขมันได้ดี และสะสมในระบบประสาท อาการในระยะต้น ได้แก่ อ่อนเพลีย ซึมเศร้า นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย หากอาการมากขึ้นอาจมีปัญหาความจำและความคิดผิดปกติ ชัก ซึมลงจนหมดสติไ้ด้

Leave a Reply