สุขภาพ

สาเหตุการเกิดโรคปริทันต์หรือโรคเหงือกบวมและการป้องกัน

โรคปริทันต์ หมายถึง โรคที่เกิดขึ้นกับส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือส่วนต่างๆหลายส่วนที่อยู่รอบซี่ฟัน ซึ่งได้แก่ซีเมนตัม อันเป็นส่วนปกคลุมอยู่ที่ตอนรากฟัน เยื่อหุ้มรากฟัน กระดูกแอลวีโอรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระดูกขากรรไกรที่รองรับรากฟัน และเหงือก โรคปริทันต์ อาจแบ่งแยกออกได้หลายชนิด โรคปริทันต์ที่ควรรู้ ได้แก่ประเภทที่เกิดจากการอักเสบ

โรคปริทันต์อาจเกิดแก่บุคคลทุกเพศทุกวัย เมื่อเกิดโรคนี้ขึ้นแล้วถ้าไม่ได้รับการบำบัดให้หายเสียแต่ในระยะต้นๆ โรคมักจะทวีความรุนแรงมากขึ้นไปตามอายุ จนทำให้ต้องสูญเสียฟันไป

โรคปริทันต์ ประเภทที่เกิดจากการอักเสบ อาจแบ่งได้ 2 ระยะ

1. เหงือกอักเสบ มีการอักเสบเกิดขึ้นเฉพาะที่เหงือก

2. การอักเสบขยายตัวออกไปถึงเนื้อเยื่อปริทันต์อื่นๆ

เมื่อเหงือกเริ่มมีอาการอักเสบ เหงือกจะบวมขึ้นและแยกตัวห่างออกไปจากซี่ฟัน ไม่แนบชิดอยู่กับซี่ฟันอย่างปกติ เหงือกที่บวมนี้ เลือดจะออกง่าย เช่น เวลาแปรงฟัน หรือขณะเคี้ยวอาหาร ระยะนี้มักจะไม่มีอาการเจ็บปวด

เมื่อมีการอักเสบของเหงือก และไม่ได้รับการบำบัดที่ถูกต้อง การอักเสบก็จะลุกลามมากขึ้น ทำให้เหงือกที่เคยแนบชิดอยู่กับซี่ฟันนั้นแยกตัวห่างออกจากซี่ฟันมากขึ้นจนเกิดเป็นกระพุ้ง หรือมีลักษณะเหมือนกับกระเป๋าอยู่ที่ข้างๆซี่ฟัน ในกระพุ้งนี้จะเต็มไปด้วยเชื้อโรคหรือบางทีก็มีหนองอยู่ด้วย เมื่อโรคคืบห้าต่อไป กระดูกแอลวีโอลา ก็จะถูกทำลายมากขึ้น ทำให้ฟันโยกและเจ็บปวด

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคปริทันต์ก็คือ แผ่นคคราบบนฟันที่เป็นที่อยู่อาศัยของเชื้อโรค แผ่นคราบบนฟันนี้เกิดจากโปรตีนที่อยู่ในน้ำลายรวมกับเชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่ประจำในช่องปากของคนทุกคน ถ้าเราปล่อยให้แผ่นคราบบนฟันนี้สะสมมากขึ้น เชื้อจุลินทรีย์ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พิษที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้จะทำให้เหงือกอักเสบ

เชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่บนแผ่นคราบฟันอาจตายและหมักหมม ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นการรวมตัวของแร่ธาตุจากน้ำลาย เกิดเป็นของแข็งที่เรียกว่า หินปูน หินปูนนี้จะจับติดอยู่กับผิวของซี่ฟัน และมักจะเริ่มเกาะติดอยู่ตรงบริเวณใกล้ๆกับขอบเหงือกก่อน แล้วเกิดสะสมมากขึ้น เมื่อมีหินปูนเกิดขึ้นแล้วไม่ได้ขูดออก มันจะเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้นและดันขอบเหงือกให้ห่างออกจากตัวฟัน หรืออาจเข้าไปอยู่ใต้เหงือกก็ได้ ดังนั้นหินปูนจะเป็นเหตุให้เหงือกอักเสบมากขึ้น หินปูนนี้ขัดถูออกได้ยาก จำเป็นต้องใช้เครื่องขูดออกโดยทันตแพทย์ ถ้าไม่ได้กำจัดหินปูนให้หมดไปก็จะทำให้กลายเป็นโรคปริทันต์

สาเหตุอื่นๆที่มีส่วนก่อให้เกิดโรคปริทันต์ เช่น

– อาการที่ติดอยู่ระหว่างซอกฟันที่ห่างกันหรือในรูฟันที่ผุ

– ขอบของวัสดุคอบฟันหรือวัสดุอุดฟันที่ไม่เรียบร้อย

– การใส่ฟันปลอมที่ไม่เหมาะสม

– การใช้ฟันและการขบฟันที่ผิดปกติ ทำให้เกิดแรงกระแทก

– โรคที่เกิดจากระบบของร่างกายผิดปกติ เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคมะเร็งในเม็ดเลือด

โรคปริทันต์อาจป้องันได้ดังนี้

1. ขจัดแผ่นคราบบนฟันด้วยการแปรงฟันที่ถูกต้อง

2. ไปให้ทันตแพทย์ทำความสะอาดขูดหินปูนออกทุกๆ 6 เดือน หรือเมื่อปรากฏว่ามีหินปูนติดที่ตัวฟัน

3. เมื่อปรากฏว่าเหงือกมีเลือดออกง่าย หรือมีการเจ็บปวด ควรรีบไปปรึกษาทันตแพทย์

Leave a Reply