บันเทิง

หลวงตาทองหลวงตาบ้านนอกผู้มีบุญญาธิการอย่างไม่น่าเชื่อ

หลวงตาทอง

หลวงตาทองเป็นหลวงตาบ้านนอก วันหนึ่งเกิดคิดว่า ทำอย่างไรนะจึงจะทำให้คนสนใจแกมากกว่านี้ แล้วแกก็คิดได้ว่ามีอยู่ทางเดียว คือ จะต้องเป็นเกจิอาจารย์

อยู่มาวันหนึ่งแกเห็นตาจันทร์ซึ่งเป็นชาวหมู่บ้านเดียวกัน จึงถามขึ้นว่า

“อ้าวตาจันทร์ แกแบกคันไถจะไปไหน”

“เห็นแบกคันไถ จะไปใส่เบ็ดมั้งหลวงตา”

“แหมแกก็ตอบเสียคนเลยนะ ข้าก็พอรู้อยู่ แต่ที่ถามเพราะเป็นมารยาทของคนไทย”

“อ้าว อ้าว ไปไถนา”

หลวงตาทองแกก็แอบตามตาจันทร์ไป โดยไม่ให้ตาจันทร์เห็น เมื่อตาจันทร์ไถนาเสร็จ ก็เอาคันไถไปแอบซ่อนไว้ในพุ่มไม้แล้วก็เดินทางกลับ…

เมื่อหลวงตาทองเห็นดังนั้น แกก็ได้แอบเอาคันไถของตาจันทร์ไปซ่อนอีกที่หนึ่ง…

ต่อมาตาจันทร์ตามหาคันไถจนหมดปัญญาก็หาไม่เจอ ฝ่ายหลวงตาทองเห็นดังนั้น จึงเรียกตาจันทร์มาถามว่า…

“ตาจันทร์ได้ข่าวว่าคันไถหายหรอ”

“ใช่สิหลวงตา ไม่มีอะไรใช้ไถนาเลย ฝนกำลังเริ่มตกแล้วนี่”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวข้าจะนั่งภาวนาหากตาจันทร์มีบุญในชาตินี้ก็จะเห็น”

หลวงตาทองก็นั่งภาวนาทำปากพึมพำๆ สักพักก็ลืมตาขึ้นและก็พูดว่า…

“โยมจันทร์ เดินไปทางทิศใต้นะ มีพุ่มไม้ใหญ่และมีต้นมะม่วง สองต้น อยู่ใต้ต้นมะม่วงนั้นแหละ”

ตาจันทร์ลองทำตามดู มื่อเดินไปก็เห็นต้นมะม่วงอย่างว่า แล้วก็เจอคันไถของแกจริงๆ แกดีใจมาก และได้ไปเล่าลือให้ใครต่อใครฟัง ว่าหลวงตาทองดูหมอแม่นยำ…

ต่อมา ฝนไม่ตก ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านจึงมาให้หลวงตาทองดูว่า ทำไมฝนไม่ตก เล่นเอาหลวงตาอยู่ไม่เป็นสุข

ถ้าหากดูผิดมีหวังต้องอดข้าว โดนย้ายวัดแน่ๆ แต่เมื่อมาแล้วกันแล้วไหนๆ ก็ต้องดู เลยบอกญาติโยมที่มาว่า อีก 7 วัน ฝนจะตก ชาวบ้านต่างดีใจกัน…

ผ่านล่วงเลยมา 6 วัน พรุ่งนี้เป็นวันที่ 7 ไม่เห็นวี่แววว่าฝนจะตก…

เย็นวันนั้้นหลวงตาเริ่มเก็บข้าวของเตรียมจะหนี..แต่อดใจขอดูอีกครั้ง..

หลวงตาทองเดินไปบ่นไปรอบวัด ตายแน่แล้ว วันนี้ต้องตายแน่ๆเลย พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกบกำลังปิดรู หลวงตาก็ใจชื้นขึ้นทันที นั่นแสดงว่าฝนจะตกแน่นอน..

พอตกดึกประมาณตี 4 ตี 5 ฝนก็ตกหนัก พอฝนหยุดชาวบ้านพากันยกโขยงมาทั้งหมู่บ้าน นำข้าวของมาถวายกันมากมาย

ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปถึงสำนักพระราชวัง ซึ่งตอนนั้นทองคำในท้องพระคลังได้หายไป ไม่ทราบว่าใครเอาไป พระราชาสั่งสอบสวนแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร เมื่อทราบข่าว จึงได้ให้ทหารไปนิมนต์หลวงตามา..

เมื่อทหารมาถึงก็เล่าเรื่องให้หลวงตาฟัง หลวงตาตกใจมากเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ และนี่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระราชา..

ตายแน่ๆ หากเรื่องล้มเหลวคงต้องบอกว่าตายอย่างเดียว หลวงตากลุ้มใจมาก เมื่อพระราชานิมนต์ หากไม่ไปยิ่งต้องตายก่อนกำหนด มันจำเป็นต้องไป..พอไปถึงหลวงตาก็ได้แต่ปลงและบ่นในใจ

เมื่อพระราชาเห็นหลวงตาจึงก้มลงกราบ 3 ครั้ง แล้วตรัสว่า

“ทองคำที่หายนี่เป็นสมบัติของประเทศ โยมเองก็เป็นถึงพระราชา แต่รับผิดชอบเรื่องแค่นี้ไม่ได้ก็ต้องบอกว่า น่าอับอายบุรพระกษัตริย์องค์ก่อนๆ”

หลวงตาอยากจะทูลพระราชาว่า “พระองค์น่ะแค่อายแต่อาตมาภาพนี่สิตายแน่ๆ…”

พระราชาเห็นว่าหลวงตาเดินทางมาเหนื่อย จึงให้ทหารจัดสถานที่พักผ่อนให้หลวงตาอย่างดี

เมื่ออยู่ในห้องก็มีทหารคอยรับใช้ คอยถวายน้ำ คอยปรนนิบัติ ตามคำสั่งของพระราชา ในขณะนั้นหลวงตาได้แต่บ่นในใจ แล้วก็เปร่งเสียงดังขึ้นมาว่า

“เจ้าทองเ๋อ๋ย” (หมายถึงตัวเอง) “แกต้องตายแน่วันนี้ ฉันล่ะสงสารแกเหลือเกิน แกต้องตายแน่ๆ พระราชาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับเจ้าเพราะพระองค์รู้แล้ว..”

ทหารที่รับใช้ได้ยินหลวงตาเรียกชื่อตนเองก็กลัวขึ้นมาทันที

“ตายแล้วพระราชารู้แล้วหรือนี่..หลวงตาบอกแล้วหรือ..”

แล้วก็คลานเข้ามาหาหลวงตาแล้วก็สารภาพเรื่องทั้งหมดให้หลวงตาฟัง ฝ่ายหลวงตาเมื่อทหารมาสารภาพอย่างนี้ก็ยิ่งทำท่าว่าเป็นผู้รู้ สวมบทบาทต่อ

“ข้าน่ะรู้ตั้งแต่เข้ามาแล้ว เห็นเอ็งปั๊บข้าก็มองออกทันที”

“แล้วหลวงตาจะให้ผมทำอย่างไรดีครับ”

“เอ็งไม่ต้องทำอะไรหรอกพรุ่งนี้ เอ็งก็ไปสารภาพเอง และหลวงตาก็จะทูลขออภัยโทษให้ แค่นี้ก็จบแล้ว และข้าจะขอเอ็งกับพระราชาให้ไปบวชอยู่กับข้า”

รุ่งเช้าทหารทอง ก็เข้าเฝ้าพระราชาพร้อมกับหลวงตาทองและสารภาพผิดทั้งหมด พระราชาก็ให้คนไปขุดทองคำที่ทหารหัวขโมยเอาไปตามที่มันบอก เมื่อทหารไปขุดก็พบจริงๆ พระราชาโกรธมาก รับสั่งให้ประหารชีวิต แต่หลวงตาได้ขอพระราชาว่า

“มหาบพิตรทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำผิดพลาดได้ เพราะถูกตัณหา ความอยากครอบงำ จึงไม่เห็นโทษ”

เมื่อพระราชาได้ยินหลวงตาเทศน์ขอก็ทรงหายกริ้วและยกโทษให้ แต่ต้องออกจากวังไป และหลวงตาก็ทูลว่า ชายผู้นี้เมื่อสำนึกผิดก็ควรจะยกโทษและเขาประสงค์จะบวช พระราชาทรงเชื่อหลวงตาทอง..

หลวงตาก็ขอให้พระราชาเป็นเจ้าภาพจัดงานบวชให้ ในวันบวชเกิดฝนตกหนัก พระราชาทรงประทับนั่งในที่รับรอง หลวงตาเห็นว่า หากอยู่ใกล้ตรงนั้นเดี๋ยวฝนจะรั่งใส่พระองค์ จึงทูลให้พระองค์ลุกมานั่งอีกมุมหนึ่ง ทันทีทันใดนั้น เกิดฟ้าผ่าลงมาที่เก้าอี้ที่พระราชานั่ง

พระราชารอดมาอย่างหวุดหวิด สร้างความศรัทธามาให้พระองค์ยิ่งนัก ถ้าไม่มีหลวงตาคงตายแน่ หลวงตาก็เลยกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงจนถึงมีบุญญาธิการอย่างไม่น่าเชื่อ..

อย่างนี้เค้าเรียกว่า โค-ตะ-ระ ฟลุ๊ค สาธุ! สาธุ!

Leave a Reply