ความปลอดภัย

อันตรายจาการสัมผัสกับสารกัดกร่อนที่เป็นกรดและด่าง

กรด (acid) หมายถึง สารประกอบที่ละลายในน้ำแล้วให้ไฮโดรเจนอิออน และให้ pH น้อยกว่า 7

ด่าง หมายถึง สารประกอบที่ละลายน้ำแล้วให้ pH มากกว่า 7

การสัมผัสกรดและด่างเป็นภาวะทางการแพทย์ที่พบบ่อย ถึงแม้ไม่มีการบันทึกสถิติการรับสัมผัสกรดและด่างในประเทศไทย ความสำคัญของสารกลุ่มนี้อาจเห็นได้จากการที่ กรดจัดอยู่ใน 5 อันดับแรกของสาเหตุการเสียชีวิตจากสารพิษที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย

กรด ทำให้เกิดการทำลายของเนื้อเยื่อที่สัมผัสแบบ Coagulation necrosis ซึ่งมีผลทำให้เนื้อเยื่อแข็งหนา (Eschar formation) และเป็นการป้องกันการซึมของกรดลงในเนื้อเยื่อชั้นลึกลงไป

ด่าง ทำให้เกิดการทำลายของเนื้อเยื่อที่สัมผัสแบบ Liquefaction necrosis ซึ่งมีผลทำให้เนื้อเยื่อเปื่อยเหลว ทำให้สารด่างสามารถทะลุผ่านและทำลายเนื้อเยื่อชั้นลึกลงไป

กรดไฮโดรฟลูออริก เป็นกรดที่มีลักษณะการออกฤทธิ์ที่จะเพาะหลายประการ ได้แก่ การทำงายเนื้อเยื่อของกรดไฮโดรฟลูออริกเป็น Liquefaction necrosis นอกจากนี้กรดไฮโดรฟลูออริก แตกตัวให้ฟลูออไรด์อิออนที่มีความสามารถในการจับอิออนที่มีประจุบวกได้ ทำให้เกิดภาวะพิษทั่วร่างกายแม้จะมีการสัมผัสเฉพาะที่

การสัมผัสกรดและด่างที่ผิวหนัง จะทำให้เกิดผิวหนังพองและบวมแดง และทำให้เกิดความเจ็บปวดในทันที

การสัมผัสกรดและด่างที่ตา จะเกิดภาวะตาแดง แสบตารุนแรง เยื่อบุตาบวม กระจกตาอักเสบ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดตาบอดได้

ในกรณีที่สัมผัสกรดไฮโดรฟลูออริก ลักษณะของผิวหนังจะมีลักษณะเฉพาะคือ มีลักษณะซีดขาว ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บปวดมากในขณะที่รอยโรคที่ผิวหนังดูไม่รุนแรงมาก อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่สัมผัสกรดไฮโดรฟลูออริกที่มีความเข้มข้นน้อยกว่า ร้อยละ 50 อาจไม่รู้สึกเจ็บปวดในทันทีแต่อาจเริ่มรู้สึกช้าหลังจากเริ่มสัมผัสกกรดหลายชั่วโมง และอาจเป็นเหตุให้มีการทำลายเนื้อเยื่อไปอย่างมากแล้วโดยที่ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม นอกจากนี้การสัมผัสกรดไฮโดรฟลูออริก อาจทำให้เกิดภาวะระดับแคลเซียมและแมกนีเซียมในเลือดต่ำและระดับโปรแตสเซียมในเลือดสูง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของเกลือแร่ในร่างกายเหล่านี้อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ และเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

Leave a Reply