ประโยชน์ของข้าวโพดบำรุงตับขับปัสสาวะ

ข้าวโพด ต้มร้อนๆ แช่น้ำเกลือ หรือข้าวโพดปิ้งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วใจนับเป็นของที่เราท่านล้วนเคยรับประทานกันมาแล้วทั้งนั้น นอกจากนี้ข้าวโพดยังอร่อยได้ในอีกหลายวิธีการ เช่น ข้าวโพดคลุกน้ำตาลและมะพร้าวขูดหวานมัน หรือแป้งข้าวโพดซึ่งนำไปปรุงอาหารหวานคาวได้อีกหลายรูปแบบ หรือข้าวโพดอ่อนฝักน้อยนิด เราก็นำมาฝานใส่ผัดผักต่างๆ แกงเลียงป่า หรือทอดน้ำมันรับประทานเคียงเนื้อสเต็ก ข้าวโพด มีถิ่นฐานบ้านเกิดอยู่ที่อเมริกา ข้าวโพดเป็นพืชพื้นเมืองของที่นั่น แต่พ.ศ. นี้ ประเทศในเขตร้อนหรือเขตอบอุ่นทั่วไปก็สามารถปลูกข้าวโพดกันได้ทั้งนั้น คิดค้นผสมพันธุ์ไปเรื่อยๆจนพัฒนา จากพันธุ์เมล็ดห่างไม่งามเป็นพันธุ์เมล็ดงามเรียงเต็มฝัก เมล็ดล่อนกรอบนุ่มไม่เหนียวติดซัง นอกจากคนชอบรับประทานแล้ว สัตว์สวยงามอย่างม้าก็โปรดปรานข้าวโพดด้วยเหมือนกัน ข้าวโพดหรือที่คนเมืองเหนือเรียกข้าวสาลีนั้นมีลำต้นตรงสูง 1-3 เมตร เนื้อในลำต้นหยุ่นฟ่าม ใบเรียวเป็นแนวตรง ริมขอบมีขนอ่อน เกษรตัวผู้มีกลิ่นหอม ส่วนเกษรตัวเมียนอกเป็นรูปคล้ายทรงกระบอก เส้นใหม่ยาวที่ยื่นผลตรงยอดปลาย คือไหมข้าวโพด ส่วนผลของมันเราก็เรียกว่าฝัก เมล็ดที่เรียนบนฝัก มีทั้งสีเหลืองอร่าม สีเหลืองอ่อนจนเกือบขาว สีม่วงคล้ำเกือบดำ ซึ่งก็แล้วแต่สายพันธุ์ เคยมีเรื่องที่ชาวไร่เคยเย้ากระเซ้ากันเล่นว่าหากคนปลูกข้าวโพดมีฟันสวยงาม ข้าวโพดที่ปลูกเมื่องอกงามเติบโตขึ้นทุกฝักก็จะเลี่ยงเมล็ดเป็นแถวงามไปด้วย แต่ถ้าคนปลูกฝันห่างฟันเก ข้าวโพดก็จะมีแต่เมล็ดห่างแถวโย้เย้ไม่เรียงเป็นระเบียบ เรื่องนี้คงแค่เย้ากันเล่นเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่เรื่องจริงจังถึงกับตั้งไปท้าพิสูจน์กันหรอก สิ่งที่เป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องน่ารับรู้เอาไว้ก็คือสรรพคุณทางยา อันมากล้นสารพัดสารพันของข้าวโพด ซึ่งมีคุณประโยชน์ตั้งแต่รากถึงยอดเลยทีเดียว เมล็ดข้าวโพดที่เราแทะจากฝักมีรสนุ่มชุ่มคอ มีฤทธิ์ฝาด สมาน บำรุงปอด หัวใจกระเพาะอาหาร ช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร ต้มน้ำดื่มช่วยขับปัสสาวะได้สะดวก ไหมข้าวโพดหรือยอดเกสรตัวเมีย รสชุ่มนุ่มนวล…

กระท้อนดับพิษร้อน

คนไทยนั้นได้ชื่อว่าเป็นนักชิมและนักคิดค้นตำรับ อาหารจานอร่อยมานานแสนนาน แม้อต่ผลไม้รสเปรี้ยวอมฝาดอย่างสุดใจขาดดิ้นอย่างกระท้อน  คนไทยก็สามารถนำมาทำขนมหรือปรุงอาหารได้หลายต่อหลายสูตร ฉะนั้น ประโยคที่ว่า กระท้อน ยิ่งทุบยิ่งหวาน ซึ่งได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วนั้นคงจะไม่ใช่ว่ากันไปเล่นๆ เป็นแน่ ที่ฝรั่งเศสเขายังมีเทคนิคทำนองเดียวกับกระท้อนของเราเลย คือก่อนจะดื่มไวน์อย่างแสนโรแมนติกนั้น วิธีที่ถูกต้องควรเขย่าแก้วไวน์ก่อน เพื่อเป็นการปกราวให้ไวน์ตื่นขึ้น จากนั้นเมื่อจิบไวน์เราจึงจะได้รสที่แสนนุ่มชุ่มใจไงล่ะ คงเหมือนการรับประทานกระท้อนของบ้านเรา ต้องทุกข์เพื่อปลูกไล่รสฝาดให้กระเจิดกระเจิงแตกซ่าน มีรสหวานแทรกผ่านขึ้นมาให้ได้อร่อยลิ้น คนไทยเรานิยมปลูกต้นกระท้อนเพื่อนำความร่มครึ้มมาสู่บ้าน และกระท้อนก็ยังเป็นไม้มงคลที่ชาวบ้านเชื่อกันว่า สามารถสะท้อนความเจริญรุ่งโรจน์โชติช่วงให้กล้องไปไกลแสนไกล กระท้อน  เป็นไม้ที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นแข็งแรง นักนำมาปรับรูปแปลงร่างให้เป็นข้าวของเครื่องใช้นานาชนิด นำมาทำเป็นฝาบ้านหรือไม้ซุง ผลกระท้อน  ก็มีทั้งลูกเล็กเล็ก รสฝาดเปรี้ยวสุดฤทธิ์ และผลโตเนื้อขาวเหมือน ปุยเมฆ มีรสหวานซ่อนเปรี้ยวในแบบฉบับกระท้อนห่อ นำมารับประทานกับน้ำตาลหรือพริกเกลือก็ได้รสถึงใจ หรือจะดัดแปลงเป็นผลไม้แช่อิ่มทรงเครื่องก็ได้รสเด็ดขาดบาดใจ กระท้อนมีใบสีเขียวเป็นมันปลาบ ผลสีน้ำตาลจางอมเหลืองละออมากเสน่ห์ ยามฝนโปรยชุ่มฉ่ำลานดิน พ่อบ้าน แม่บ้านคงไม่ต้องนึกเมนูแสนอร่อยในวันนั้นให้วุ่นวาย ไปเก็บกระท้อนมาซักตะกร้าน้อย ๆ แบ่งให้ลูกๆ รับประทานสดๆ กับพริกเกลือ ที่เหลือก็นำมาปรุงเป็นอาหารรสอร่อยได้อีกต่างหาก ไม้ไทยไม่ว่าใบหรือผลย่อมมีสรรพคุณทางยาอยู่แล้ว  รากของต้นกระท้อนนั้นหากนำมาสุมไฟพอให้เป็นถ่านสามารถรับประทานแก้เป็นไข้ตัวร้อนได้อย่างชะงัด บำบัดอาการไข้รากสาด และโรคบิดได้อีกต่างหาก

ประโยชน์ของกระชายดับกลิ่น คลายจุกเสียด

ในครัวของหญิงไทยชายไทย ควรอย่างยิ่งที่จะมีกระชายไว้ติดครัว แม้ว่าครัวสมัยใหม่นี้จะไม่ได้ปรุงอาหารกันทุกวันแล้ว แต่การมีกระชายไว้ประจำครัวก็สามารถให้ประโยชน์ได้ทั้งในการหยิบมาปรุงอาหารที่ข่าวจากหรือเป็นยาประจำบ้านได้อีกต่างหาก เด็กวัยรุ่นยุคใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่คุ้นเคยกับกระชาย ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่ควรละเลยกับเรื่องเช่นนี้ ยามว่างหยิบกระชายมาให้ลูกๆหลานๆดูสักหน่อยก็จะเก๋มาก เพราะเด็กๆสมัยนี้คงจะรู้จักแต่เบอร์เกอร์ชีสหรือเคนตั๊กกี้กันซะเป็นส่วนมากเลยละมั้ง กระชาย  เป็นพืชสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน แต่มีประโยชน์สามารถดับกลิ่นคาวให้หายหดหมดสิ้น จะเห็นได้จากอาหารจานคาวทั้งหลาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระชายเป็นพระเอกประดับอยู่คู่จานนั้นๆ เช่น ผัดเผ็ดปลาไหล ผัดเผ็ดกบ ผัดเผ็ดปลาดุก ผัดเผ็ดเนื้อสัตว์ป่ากลิ่นฉุนจัดนานาชนิด จานเหล่านี้ต้องซอยกระชายผัดลงไปด้วย รสแรงร้อนและกลิ่นหอมจัดนั้นดับคาวเนื้อสัตว์ให้สิ้นไป แต่มิใช่ว่ากระชาย  จะเด่นได้แค่ผัดเผ็ดเท่านั้น กระชายยังเป็นหนึ่งในบรรดาเครื่องแกงที่ก่อนปรุงอาหารต้องโขกคละเคล้ากับเครื่องแกงตัวอื่นๆ จนแตกแหลกละเอียด ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาป่า น้ำยากรุุง ที่ราดขนมจีน แกงเผ็ดป่า แกงขี้เหล็ก ปลาร้าหลน กะปิคั่ว แกงเลียง อาหารมากมายที่ต้องอาศัยกระชาย เป็นตัวชูรสชูกลิ่นให้อาหารจานนั้นสมบูรณ์แบบ ประโยชน์ของกระชาย นอกจากให้คุณค่าทางโภชนาการแล้ว กระชายยังมีคุณค่ารักษาโรคภัยให้คนเราได้อีก เนื่องเพราะบรรดาสารอาหารสำคัญๆ ทั้งหลาย เช่น คาร์โบไฮเดต ไขมัน แคลเซี่ยม วิตามินเอ สารอาหารเหล่านี้รวมอยู่ที่เหง้าของกระชาย และเจ้าของกระชายนี้แหละที่มีสรรพคุณในการแก้ปวดมวนท้อง แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด มีน้ำมันหอมระเหย จึงมีฤทธิ์ช่วยขับลม นอกจากรสที่ทั้งเผ็ดทั้งร้อนแฟงขมๆ นั้นจะช่วยดับกลิ่นคาวแล้ว กระชายยังมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลังได้อีกด้วย หากคนในครอบครัวเกิดมีอาการท้องอืดหรือจุกเสียดขึ้นมา ท่านก็สามารถหากระชายก้นครัวมารักษาพยาบาลได้โดยไม่ต้องหามกันส่งโรงหมอ…

โรคเบาหวานในผู้สูงอายุ

อาจจะกล่าวได้ว่าโรคเบาหวานเป็นโรคประจำตัวของผู้สูงอายุเลยก็ว่าได้ เพราะยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งเพราะได้ง่ายทั้งยังเป็นต้นเหตุ ในการเสียชีวิตของผู้สูงอายุด้วยอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคไตวาย หรือทำให้เกิดความพิการทางร่างกาย ต้องตัดขา เลอตาบอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นหากผู้สูงอายุทุกคนดูแลรักษาสุขภาพของตนเองอย่างถูกต้อง อาการที่บ่งบอกว่าคุณเป็นโรคเบาหวาน อาการผู้ป่วยเบาหวาน ในระยะเริ่มแรกนั้น อาจตรวจไม่พบว่ามีน้ำตาลในเลือดสูง เพราะฉะนั้นโดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์ก็ต่อเมื่อเกิดอาการผิดปกติกับร่างกายแล้ว ซึ่งอาการเหล่านี้นี่เองที่อาจบ่งบอกได้ว่าคุณเป็นเบาหวานเข้าแล้ว – น้ำหนักตัวลดลงทั้งที่รับประทานอาหารในปริมาณปกติหรือมากขึ้น – ปัสสาวะบ่อยและมาก โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหลังจากเข้านอนแล้วคืนละประมาณ 2-4 ครั้ง – กระหายน้ำ เนื่องจากสูญเสียน้ำออกจากร่างกายเป็นจำนวนมากทำให้ต้องดื่มน้ำบ่อยๆ – อ่อนเพลีย ตาพร่ามัว บางคนอาจถึงขั้นซึมเศร้าและหมดสติได้ สาเหตุและผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน สาเหตุหลักที่ทำให้เป็นโรคเบาหวานก็คือ อินซูลิน ที่เป็นฮอร์โมนจากตับอ่อนเกิดความผิดปกติซึ่งเกิดขึ้นได้ 2 กรณี คือ – ชนิดแรกเป็นประเภทขาดอินซูลิน เพราะตับอ่อนสร้างอินซูลินไม่ได้ มักพบในวัย เด็กและวัยรุ่น ทำให้ต้องฉีดอินซูลินเข้าร่างกายทุกวัน ไม่เช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต – ชนิดที่สองเป็นประเภทที่ตับอ่อนสามารถสร้างอินซูลินได้ตามปกติ บางคนอาจมากขึ้นหรือน้อยลงแต่อินซูลินนั้นไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงทำให้ร่างกายนำไปใช้ไม่ได้ นานๆ เข้าร่างกายก็จะมีน้ำตาลอยู่ในเลือดสูงและทำให้เป็นโรคเบาหวานในที่สุด บุคคลที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ได้แก่ 1. ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็นโรคชนิดนี้…

โรคหัวใจในผู้สูงอายุ

โรคหัวใจในผู้สูงอายุ นั้นก็คืออาการของหัวใจขาดเลือด ที่มีสาเหตุมาจากหลอดเลือดหัวใจตีบนั่นเอง ดังนั้นเราจึงเรียกโรคชนิดนี้ว่า โรคหัวใจขาดเลือด หรือ โรคหัวใจตีบ เพราะหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการแข็งตัว จึงทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอโดยเฉพาะเวลาที่เราต้องการออกซิเจนมากๆ อย่างเวลาออกกำลังกาย โกรธ หรือเครียด ก็จะทำให้มีอาการเจ็บหน้าอกขึ้นมา นั่นเป็นเพราะ การสูบฉีดเลือดไม่ดีพอ ซึ่งถ้าเป็นแบบชั่วคราวเราจะเรียกว่า โรคก้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชั่วขณะ คือ เมื่อหยุดพักสักครู่ หรือเมื่อร่างกายต้องการออกซิเจนน้อยลง ก็จะทำให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติได้ แต่ถ้าอาการรุนแรง ถึงขั้นกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนตาย หรือเกิดการอุดตัน จนไม่สามารถนำเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ ก็จะเรียกว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย ถ้าเป็นแบบเฉียบพลันก็จะทำให้เกิดอาการช็อก หัวใจวาย และต้องนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อช่วยชีวิต อาการที่บ่งบอกว่าคุณเป็นโรคหัวใจขาดเลือด อาการที่สำคัญของโรคชนิดนี้ก็คือ การเจ็บหน้าอก แต่ทว่าการเจ็บหน้าอกนี้ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่ไม่ได้เป็นเพราะโรคหัวใจเพียงอย่างเดียว เช่น แบบหน้าอกเพราะกล้ามเนื้ออักเสบ หลอดอาหาร ปอด เยื่อหุ้มปอดทำงานผิดปกติ และยังรวมไปถึงกระดูกหน้าอก กระดูกซี่โครงอ่อนด้านหน้า และข้อต่อของกระดูกอีกด้วย เพราะฉะนั้น หากคุณมีอาการเจ็บแปล๊บๆ ที่หน้าอกก็สบายใจได้ เพราะอาการเจ็บที่หัวใจของคนที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด จะต้องมีความรู้สึกดังต่อไปนี้ – มีอาการเจ็บปวดเหมือนถูกกดทับ แน่นหน้าอกราวกับมีใครมากดหน้าอกของเราไว้ – จบแน่นที่ใต้ลิ้นปี่ เหมือนอาหารไม่ย่อย…

ประโยชน์ของใบกะเพรา

นักชิมระดับเซียนเคยสรุปกันเหนือจานกบผัดกระเพาว่าอาหารไทย มีเสน่ห์ก็ตรงกลิ่นรสที่เผ็ดร้อน ซึ่งนับเป็นเสน่ห์ที่ชาติอื่นๆก็ต้องยกนิ้วให้ และความร้อนแรงที่มีเสน่ห์กว่าพริกนั้นก็คือ กะเพรา นั่นเอง กะเพรา เป็นพืชผักสวนครัวอีกชนิดหนึ่งที่ปลูกได้ง่ายเหลือเกิน แม้ปลูกโดยไม่ได้ตั้งใจ แค่นำกิ่งกะเพราเหลือใช้ไปปักๆ ไว้แถวหลังบ้านให้ใกล้น้ำใกล้ปุ๋ยพอควร เผลอแป๊บเดียวกลับกะเพรากองามก็เติบโตให้เด็ดมาปรุงอาหารอีกจนได้ กระเพรา เป็นไม้ล้มลุกที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ส่วน ที่เรานำมาปรุงอาหารก็คือ ใบ ซึ่งมีลักษณะเป็นทรงรี ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก กลิ่นฉุน กะเพรามี 2 ชนิด คือ กะเพราขาว มีสีเขียวอ่อนตลอดใบ กะเพราแดง มีสีเขียวอมแดงม่วง มีธาตุฟอสฟอรัสและวิตามินเอมากกว่ากะเพราขาว สำหรับอาหารจานฮิตที่ทุกท่านเคยลิ้มชิมรสอยู่บ่อยครั้ง นึกอะไรไม่ออกก็สั่งจานนี้ได้ทุกหนแห่ง ตั้งแต่ร้านหน้าปากซอยจนถึงภัตตาคารใหญ่ จานฮิตนั้นก็คือข้าวราดผัดกะเพราหมู เนื้อ ไก่ กุ้ง หรือไม่ก็สั่งเป็นกับข้าวกลับแกล้ม เช่น ผัดเผ็ดหมูป่า ไข่เยี่ยวม้า ผัดขี้เมาเนื้อสัน จานร้อนเหล่านี้ล้วนต้องผัดต้องปรุง ด้วยใบกะเพราทั้งสิ้น ใบกะเพรา มิใช่มีไว้สำหรับโรยลงไปในผัดในแกง เพื่อตกแต่งสีหรือกลิ่นเท่านั้น แต่ใบกะเพราสามารถชูรสให้ร้อนแรงอย่างเด็ดขาดกว่ารสชาติของพริก และยังมี สรรพคุณทางยาบำบัดโรคบำรุงสุขภาพ ของพวกเราอีกด้วย ตัวยาที่อยู่ในใบกะเพรา เป็นน้ำมันหอมระเหย (volatile oil) มีฤทธิ์ช่วยขับลม ช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แก้อาการปวดท้อง แน่น…

ประโยชน์ของกล้วยต่อมนุษย์

กล้วยเป็นพืชล้มลุกที่ปลูกได้ง่ายสไตล์กล้วยๆ คนไทยมักจะปลูกต้นกล้วยไว้หลังบ้านแทบทุกครอบครัว นับตั้งแต่ยุคสมัยโบราณนานมาจนทุกวันนี้ เพียงแต่ว่าสมัยปัจจุบัน ในเมืองใหญ่ดูเหมือนว่าจะเหลือพื้นที่ให้กล้วยเติบใหญ่ได้น้อยเต็มที มีแต่ตึกอาคารสูงๆ ถูกสร้างขึ้นมาแทน คนไทยเราผูกพันกับกล้วยมาแสนนาน กล้วยให้คุณประโยชน์อันมากค่า ไม่ว่าผล ดอก ใบ และลำต้น ล้วนมีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างน่าอัศจรรย์ ยามอากาศร้อนจนแทบจะสติแตก รับประทานไอศกรีมบานานาสปลิต ก็ชื่นใจกับกล้วยผ่าซีกเคียงกับไอศกรีมหวานฉ่ำเย็นเจี๊ยบ เด็กน้อยเมื่อเริ่มรับประทานอาหารได้ คุณแม่ก็จะบดกล้วยสุกป้อนให้รับประทาน อิ่มอร่อยและแข็งแรงตัวอ้วนจ้ำม่ำเลย หัวปลีนำมาเผาหรือปรุงเป็นแกงเลียง เป็นอาหารวิเศษบำรุงน้ำนมคุณแม่ลูกอ่อนได้อย่างยอดเยี่ยมแบบไม่ง้อยาฝรั่งขวดละหลายพัน ผลกล้วยที่ยังดิบๆ รับประทานไม่ได้ แต่ถ้าท้องเสีย อาหารไม่ย่อย หรือเป็นแผลในกระเพาะอาหาร รับประทานกล้วยดิบก็หายได้ ถ้าท้องผูก มีปัญหาในการขับถ่าย หรือเป็นริดสีดวงทวารกล้วยสุกก็ช่วยให้ถ่ายท้องได้สบายเหมือนรับประทานยาถ่ายเลยทีเดียว แถมยังมีวิตามินอีกต่างหาก สำหรับสูตรกล้วยช่วยขับถ่ายก็มีดังนี้ ท้องผูก หรือเป็นริดสีดวงทวาร ใช้กล้วยสุก1 ผล นำมาปิ้ง นานพอสมควร กะดูอย่าให้เปลือกไหม้มาก เสร็จแล้วรับประทานทั้งเปลือกได้เลย ท้องเสีย เป็นแผลในกระเพาะ ใช้กล้วยดิบ 1 ผล บดให้ละเอียด เติมน้ำกับน้ำตาลเล็กน้อยจึงค่อยรับประทาน หรือกล้วยดิบแห้ง บดเป็นผง นำผงมาผสมน้ำอุ่น หรือผสมน้ำผึ้ง รับประทานเลยหรือจะปั้นเป็นลูกกลอนเก็บไว้รับประทานก็แล้วแต่ความสะดวก  หากรับประทานสูตรนี้แล้วมีอาการท้องเฟ้อแทรกซ้อน ดื่มน้ำขิงแก้ได้ไม่ต้องกังวล…